ก.อุตสาหกรรม วาง 3 มาตรการรับมือภัยแล้ง
27 ธ.ค. 2558 | lastman

กระทรวงอุตสาหกรรมเกาะติดปัญหาภัยแล้ง เตรียม 3 มาตรการรับมือ มั่นใจไม่กระทบกระบวนการผลิตของโรงงานในนิคมฯ แน่นอน
ข่าว
27 ธ.ค. 2558 | lastman

กระทรวงอุตสาหกรรมเกาะติดปัญหาภัยแล้ง เตรียม 3 มาตรการรับมือ มั่นใจไม่กระทบกระบวนการผลิตของโรงงานในนิคมฯ แน่นอน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อรรชกา สีบุญเรือง บอกว่า ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามภาวะภัยแล้งปี 2559 อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้ภาคอุตสาหกรรมขาดแคลนน้ำ เบื้องต้นได้เตรียมมาตรการรองรับไว้แล้ว
โดยเฉพาะพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ. ลำพูน ซึ่งเตรียมน้ำบาดาลสำรองไว้กรณีฉุกเฉิน รวมถึงการรีไซเคิลน้ำเสียกลับมาใช้ใหม่ การประหยัดการใช้น้ำในกระบวนการผลิต มั่นใจว่าในภาพรวมจะมีน้ำในภาคอุตสาหกรรมเพียงพอ ไม่กระทบต่อกระบวนการผลิตอย่างแน่นอน ส่วนภาคตะวันออก ซึ่งเป็นแหล่งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ไม่มีปัญหา เพราะมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่รองรับ
ด้านผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. วีรพงศ์ ไชยเพิ่ม บอกว่า จากการวิเคราะห์ความเสี่ยงพบว่านิคมอุตสาหกรรมที่อยู่ในข่ายจะได้รับผลกระทบหากเกิดปัญหาภัยแล้ง คือ นิคมอุตสาหกรรมภาคเหนือ จ.ลำพูน และนิคมอุตสาหกรรมภาคกลาง จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของเอกชน
สาเหตุคือ 2 เขื่อนหลัก คือเขื่อนภูมิพลและสิริกิติ์ ซึ่งจะป้อนน้ำให้ลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณต่ำ การระบายน้ำลงสู่เจ้าพระยาจึงมีปริมาณจำกัดในช่วงฤดูแล้ง
ส่วนแนวทางการรับมือมี 3 มาตรการ คือ 1.ส่งเสริมนำน้ำที่ใช้แล้วมาใช้ใหม่หรือรีไซเคิล 2.จัดหาแหล่งน้ำบาดาลสำรอง และ 3.นำน้ำจากแหล่งพื้นที่ใกล้เคียงมาเสริม โดยในโซนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมภาคกลาง ได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำน้ำจากบ่อบาดาลที่ปิดใช้งานกลับมาใช้ใหม่ เพื่อเป็นน้ำสำรองในปริมาณ 30-40% ของการใช้น้ำในภาพรวมของนิคมฯ
ส่วนนิคมฯลำพูน ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนจากญี่ปุ่น ซึ่งมีความกังวลมาก แนวทางรับมือคือขุดบ่อบาดาลเดิมในนิคมฯ ที่มีความลึก 200 เมตร มีปริมาณน้ำบาดาล 300 คิวต่อวัน โดยเพิ่มความลึกเป็น 300 เมตร เพื่อให้ปริมาณน้ำเพิ่มเป็น 500 คิวต่อวัน โดยมีไม่ต่ำกว่า 10 บ่อ เมื่อรวมกับน้ำรีไซเคิลและการประหยัดน้ำ มั่นใจว่าโรงงานในนิคมฯ จ.ลำพูน จะไม่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งแน่นอน