โดยมีตัวแทน 4 คน คือ นายแก้ว คำติ , นายสุแก้ว ฟุงฟู , นางคำใส ปัญญามี และ นายสมบัติ ตุ้ยดง เดินนำทางกลุ่มฯและตั้งปณิธานจะเดินด้วยเท้า จากเชียงใหม่ไปถึงกรุงเทพฯ เพื่อเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์
ขณะที่คนในกลุ่มที่เหลือบางส่วนก็จะร่วมเดินเท้าสลับกับขับรถยนต์หรือนั่งรถโดยสารติดตามและคอยให้กำลังใจ และช่วยเหลือระหว่างทาง แกนนำ สกน. ดิเรก กองเงิน บอกว่า นับตั้งแต่ สกน.และพีมูฟ ได้เคลื่อนไหวรณรงค์ เดินก้าวแลก เพื่อปฏิรูปที่ดินไทย ตั้งแต่วันที่ 9 เดือนพฤศจิกายน 2557 เรียกร้องให้รัฐบาล และ คสช.ทบทวนนโยบายการทวงคืนผืนป่า ตามคำสั่ง คส.ที่64/2557,66/2557 และแผนแม่บทป่าไม้ที่สร้างผลกระทบกับประชาชน จนนำไปสู่การเปิดเวทีเจรจากับหม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวล้อมตำแหน่งในขณะนั้นเมื่อวันที่ 13 และ 17 พฤศจิกายน 2557 นับจนถึงปัจจุบัน 409 วัน หรือผ่านไป 1ปี 44 วัน การแก้ไขปัญหาไม่มีความคืบหน้า ชาวบ้านและชุมชน ก็ยังคงได้รับผลกระทบและเดือดร้อนจากนโยบายทวงคืนผืนป่าตามแผนแม่บททั่วประเทศเหมือนเดิม และยังมีการจับกุม ยึดพื้นที่ ตัดพืชผลอาสินของชาวบ้านผู้ยากไร้ อย่างกว้างขวางทั่วประเทศ
เขาบอกด้วยว่า แผนแม่บทแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ฯ ไม่เป็นธรรมกับวิถีชีวิตประชาชนและไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด โดยเฉพาะการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเพิ่มอีก 21 แห่ง เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าอนุรักษ์ให้ได้ 43.5 ล้านไร่ จากเดิม 38.8 ล้านไร่ ภายในระยะเวลา 1 ปี โดยไม่มีการกันพื้นที่ของชุมชนเดิมก่อนการประกาศเขตอุทยาน ทำให้ชาวบ้านต้องกลายเป็นคนร้าย และไร้ที่ดินทำกิน
สกน.และ ขปส.จึงมีข้อเรียกร้องเร่งด่วนถึง พล.อ.ประยุทธ์ นายกฯ ใน 5 ประเด็น ได้แก่
1.การเร่งรัดแนวทางรับรองสิทธิชุมชนในการดูแลจัดการที่ดินและทรัพยากรในรูปแบบ โฉนดชุมชน และให้ทบทวนและสั่งการให้สนง.โฉนดชุมชนปฏิบัติหน้าที่ต่อไป พร้อมทั้งผลักดันร่อง พ.ร.บ.สิทธิชุมชน ให้เข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติโดยเร็ว
2.เร่งรัด โครงการนำร่องธนาคารที่ดิน โดยขอให้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ทบทวนมติให้ยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน(บจธ.)ขอให้ขยายเวลาไปอีก 5 ปีตามที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯได้เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ
3.ขอให้ชะลอการประกาศเขตอุทยานฯ และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการกันเขตพื้นที่ออกก่อนการประกาศเขต และแต่งตั้งคณะทำงานโดยมีองค์ประกอบของผู้แทนชุมชนและเจ้าหน้าที่ เพื่อตรวจสอบแนวเขตอุทยานร่วมกัน 4.ทบทวนและแก้ไข การดำเนินการตามแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาการทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ที่ไม่เป็นธรรมต่อวิถีชีวิตประชาชน ดังที่เครือข่ายภาคประชาชนฯมีการตั้งข้อสังเกต และนำเสนอประเด็นมาแล้วหลายครั้ง และ5.เร่งรัดให้มีมีการประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ และที่ดินปล่อยทิ้งร้าง และหาแนวทางการใช้ที่ดินรกร้างว่างเปล่าให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นการเร่งด่วน