เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.2558 เวลา 07.00 น.ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีพุทธศาสนิกชนและประชาชนจำนวนมากเข้ารอถวายสักการะพระอัฐิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังปริณายก ต่อมาเวลา 08.30 น.ทางวัดได้เปิดให้พุทธศาสนิกชนเข้าสักการะพระอัฐิ และหลังจากนั้นพุทธศาสนิกชนหลั่งไหล มารอเข้าถวายสักการะพระอัฐิกันอย่างเนืองแน่นโดยมีแถวยาวตั้งแต่บริเวณหน้าตำหนักเพ็ชร บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยไปจนถึงแยกคอกวัว ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ห้ามพุทธศาสนิกชน ใช้มือถือถ่ายภาพบนพระอัฐิสมเด็จพระสังฆราชภายในพระตำหนักเพ็ชร เพื่อความรวดเร็วในการเข้าถวายสักการะ และพุทธศาสนิกชนต่างได้รับแจกหนังสือ และพระรูปสมเด็จพระสังฆราชเป็นที่ระลึก โดยวันนี้ทางวัดเปิดให้เข้าถวายสักการะพระอัฐิ จนถึงเวลา 14.00 น.เท่านั้นและวันนี้เป็นวันสุดท้าย ด้านนางพรวิภา ตรงสาลี ชาวกทม. วัย 65 ปี กล่าวว่า เดินทางมาถึงวัดบวรนิเวศวิหารเวลาตีห้า เคยได้เฝ้าสมเด็จพระสังฆราชเมื่อ 15 ปีที่แล้ว เนื่องจากน้องเขยมาบวชที่วัดบวรนิเวศวิหารโดยมีสมเด็จพระสังฆราชเป็นพระอุปัชฌาย์ ตอนนั้นรู้สึกปลาบปลื้มใจมากพระองค์ทรงมีพระเมตตาอย่างมาก รู้สึกประทับใจในพระจริยวัตรที่ทรงมีเมตตาต่อทุกคน ทรงสอนให้คิดดีและทำดีก็ได้น้อมนำมาปฏิบัติ หลังจากนั้นเวลา 16.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์บำเพ็ญพระราชกุศลพระอัฐิ ยังตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อเสด็จมาถึง เสด็จขึ้นตำหนักเพ็ชร ทรงจุดธูปเทียนสักการะพระอัฐิ และพระสรีรางคาร สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แล้วทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการพระพุทธปฏิมา ถวายพัดรองที่ระลึกงานพระราชกุศลพระอัฐิ แด่พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์จบแล้ว พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอดิเรก เจ้าพนักงานนิมนต์สมเด็จพระราชาคณะที่จะถวายพระธรรมเทศนาและพระสงฆ์สวดธรรมคาถา จากนั้นถวายพัดรองที่ระลึกงานพระราชกุศลพระอัฐิแด่สมเด็จพระราชาคณะที่ถวายพระธรรมเทศนา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะถวายศีลจบแล้ว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าพระอัฐิสำหรับทรงธรรม สมเด็จพระราชาคณะถวายพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ พระสงฆ์ 4 รูป สวดธรรมคาถาแล้ว ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ 5 รูปสดับปกรณ์ พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก จากนั้นเสด็จกลับ ทั้งนี้ สำหรับในวันที่ 20 ธันวาคม 2558 เวลา 10.30 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ บำเพ็ญพระราชกุศลถวายพระอัฐิ สมเด็จพระสังฆราช ถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุและสามเณร 1,000 รูป จากนั้นเวลา 12.00 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เจ้าพนักงานภูษามาลาเชิญพระเจดีย์บรรจุพระอัฐิขึ้นพระราชยานไปประดิษฐาน ณ ตำหนักเดิมและเชิญผอบพระสรีรางคารขึ้นพระราชยานไปยังพระวิหารเก๋ง หลังจากนั้นพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุทรงบรรจุพระสรีรางคาร ณ บัลลังก์ที่ประดิษฐานพระพุทธปฏิมาจากนั้นทรงวางพวงมาลาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ด้านพระสุทธิสารเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร กล่าวว่า พระอัฐิของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชจะอัญเชิญประดิษฐานในพระเจดีย์ศิลาขนาดเล็กซึ่งเป็นเจดีย์ที่ทำด้วยศิลา จากจังหวัดกาญจนบุรี 3 องค์โดยองค์หนึ่งจะอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ณ ชั้น 2 พระตำหนักเดิม วัดบวรนิเวศวิหาร อันเป็นที่ประดิษฐานพระเจดีย์พระอัฐิของอดีตเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารทุกพระองค์ ส่วนพระเจดีย์พระอัฐิสมเด็จพระสังฆราช อีก 2 องค์นั้น องค์หนึ่งจะอัญเชิญไปประดิษฐานไว้ ณ วัดเทวสังฆาราม จังหวัดกาญจนบุรี อันเป็นสำนักเดิมของพระองค์ และพระเจดีย์พระอัฐิองค์ที่ 3 จะอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดญาณสังวราราม จังหวัดชลบุรี ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชทรงสร้างถวายพระบรมราชวงศ์จักรี สำหรับพระสรีรางคารของ สมเด็จพระสังฆราชจะอัญเชิญไปบรรจุไว้ในฐานพระพุทธรูป (พระพุทธชินสีห์จำลอง) ซึ่งประดิษฐานอยู่ภายในมุขด้านตะวันตกของพระวิหารเก๋ง ทั้งนี้ พระพุทธชินสีห์จำลองนั้นเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในโอกาสเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ทรงเจริญพระชนมายุ 80 พรรษา เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2536 พระสุทธิสารเมธี กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีทั้งบุคคลและวัดต่างๆในไทยและประเทศต่างๆแจ้งมายังวัดเพื่อขออัญเชิญพระอัฐิสมเด็จพระสังฆราชไปประดิษฐานเพื่อสักการะบูชาโดยล่าสุดคณะกรรมการวัดบวรนิเวศวิหารมีมติมอบพระอัฐิสมเด็จพระสังฆราชส่วนหนึ่งให้สองประเทศคือ อินโดนีเซียและญี่ปุ่นอัญเชิญไปประดิษฐานสักการะบูชา เนื่องจากอินโดนีเซียเป็นประเทศแรกที่สมเด็จพระสังฆราชเสด็จไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างประเทศ ขณะที่ญี่ปุ่นมีวัดไทยอยู่มากมายโดยจะอัญเชิญพระอัฐิไปประดิษฐานที่วัดซึ่งทรงอุปถัมภ์โดยผู้แทนทั้งสองประเทศจะมารับพระอัฐิจากสมเด็จพระวันรัต(จุนท์ พรหมคุตฺโต) รักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารเพื่ออัญเชิญไปประดิษฐานในช่วงหลังงานพระราชทานพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระสังฆราช บรรจุพระอัฐิและพระสรีรางคาร แต่ยังไม่ได้กำหนดเวลา จะต้องรอความพร้อมของทั้งสองฝ่าย