รูดม่านประมูล 4 จี 1.5 แสนล้านบาท
19 ธ.ค. 2558 | wanchat

รูดม่านประมูล 4 จี คลื่น 900 ทรู-แจสคว้าชัย ทุบสิถิติใหม่ รวม 2 ใบ 1.5 แสนล้านบาท กินเวลากว่า 4 วัน รวมมากกว่า 80 ชม.
ข่าว
19 ธ.ค. 2558 | wanchat

รูดม่านประมูล 4 จี คลื่น 900 ทรู-แจสคว้าชัย ทุบสิถิติใหม่ รวม 2 ใบ 1.5 แสนล้านบาท กินเวลากว่า 4 วัน รวมมากกว่า 80 ชม.
การประมูล 4จี คลื่น 900 นับเป็น ประวัติศาสตร์ ของการประมูลในไทย ที่มีการเคาะราคากันอย่างดุเดือดกินเวลากว่า 4 วัน รวมมากกว่า 80 ชม. รัฐกวาดรายได้ไปมากกว่า 1.5 แสนล้านบาท เบื้องหลังการเคาะราคาที่สูงเป็นประวัติการณ์ครั้งนี้มีมุมวิเคราะห์ที่ไม่ต่างกันนัก
โดยเชื่อว่า เป็นสงครามสกัดรายใหม่เข้าสู่ตลาด ในขณะที่รายเดิมพยายามดันต้นทุนคู่แข่งให้สูงมากที่สุด ภายใต้เพดานที่ คิดคำนวณ มาอย่างดีแล้วของเอกชน ขณะที่ศักยภาพของคลื่นที่สามารถต่อยอดไปสู่ 5จี ได้
นายธีระ กนกกาญจนรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์และอุตสาหกรรมไอซีที บริษัท เจ เอ็ม คาตาลิสท์ กล่าวว่า การเคาะราคาอย่างดุเดือดมีหลายปัจจัยที่สามารถสนับสนุนได้ โดยเฉพาะการสกัดรายใหม่ให้เข้าสู่ตลาด เพราะจากตัวเลขการเคาะที่สูงขนาดนี้ อาจเป็นไปได้ว่ารายใหม่เอง อาจมีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งมาจากการคำนวณอยู่แล้วว่า ในอนาคตจะสามารถระดมทุนได้ หรืออาจจะมีพันธมิตรที่เข้ามาหนุนหลัง
เอกชนมองไกลถึง 5จี
ขณะเดียวกันเรื่องของเทคโนโลยีก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญ เพราะทั้งคลื่น 1800 และคลื่น 900 นั้นสามารถนำมาทำ 5จี ได้ในอนาคต ด้วยใบอนุญาตคลื่น 4จี ที่ยาวถึง 18 และ 15ปี แต่ 5จี คาดการณ์กันว่า จะเกิดขึ้นอย่างแพร่หลายไม่เกิน 2-3 ปีข้างหน้า ดังนั้นการได้คลื่นที่สามารถต่อยอดไปสู่เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้มากเท่าไหร่ ยิ่งสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันมากเท่านั้น เอกชนเองมองล่วงหน้าไปถึง 2-3 ปีข้างหน้าแล้ว ไม่ได้มองเพียงว่าจะให้บริการแค่ 4จี เท่านั้น
เอกชนเองคงวิเคราะห์ทุกอย่างมาพร้อมแล้ว ที่สำคัญแม้ว่าราคาจะสูงเพิ่มไปแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ยังถือว่าคุ้มค่ากว่าตอนที่ต้องจ่ายสัมปทานให้รัฐ ยิ่งถ้าเป็นรายใหม่ด้วยแล้ว เขาคงมองแล้วว่า ถ้าอนาคตโลกเดินไปที่โมบาย เขาย่อมไม่พลาดที่จะเข้าสู่สนามโมบายในครั้งนี้ให้ได้
ขณะที่ตัวคลื่น 900 เองสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างไกล การขยายฐานลูกค้าไปต่างจังหวัด ตามหัวเมืองใหญ่ๆ เป็นเรื่องสำคัญ เฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพฯ เองคงไม่เพียงพอ ทำให้ทุกค่ายต้องการชิงลูกค้าในต่างจังหวัดให้ได้มากที่สุด
ชี้เอกชนต้องการคลื่นเพิ่ม
ด้าน พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธาน กสทช.และประธาน กทค.กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ของสมาคมผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่นานาชาติ จีเอสเอ็มเอ (GSMA) ได้วิเคราะห์ว่าไทยมีการใช้งาน โมบาย บรอดแบนด์ (3จี/4จี) เป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์ และปัจจุบันนี้ ผู้ให้บริการแต่ละรายขาดแคลนคลื่นความถี่อย่างหนัก ผู้ให้บริการจึงต้องการความถี่เพิ่ม
กสทช.วิเคราะห์ว่าปัจจุบัน ผู้ให้บริการแต่ละค่ายต้องการคลื่นความถี่อย่างน้อย 60 เมกะเฮิรตซ์เพื่อเผชิญต่อความต้องการการใช้งานดาต้าอย่างมหาศาลของผู้บริโภคในประเทศ โดยวงการโทรคมนาคมไทยมีความจำเป็นที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยี 4จี แอลทีอี ไปเป็น แอลทีอี แอดวานซ์ภายในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับการใช้งานดาต้าที่มหาศาล และหากภายใน 5 ปีข้างหน้า กสทช. ไม่มีการจัดสรรคลื่นความถี่ ก็จะเกิดวิกฤติในคุณภาพการให้บริการที่หนักหน่วง จึงทำให้ผู้ให้บริการ (Operator) ต้องเก็บความถี่ไว้ให้ได้
ตามโรดแมพของ 5จี มีแผนในการเปลี่ยนผ่านในการให้บริการเชิงพาณิชย์ในปี 2563 และจะทำให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีความต้องการคลื่นความถี่ในการให้บริการข้อมูลในระดับความเร็วสูงกว่า 1 กิกะบิตต่อวินาที จึงต้องการความถี่ต่อ 1 ผู้ให้บริการสูงกว่า 70 เมกะเฮิรตซ์ จึงต้องช่วงชิงคลื่นความถี่ให้ได้ในครั้งนี้
ผู้ให้บริการบางรายจะหมดสัญญาสัมปทานในคลื่นความถี่ที่สำคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า จึงทำให้ หากพลาดโอกาสครั้งนี้ อาจจะทำให้สูญเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว เพราะภายใน 3-4 ปีนี้ กสทช. ยังไม่มีแผนการจัดสรรคลื่นความถี่ Mobile Broadband เนื่องจากคลื่นความถี่ส่วนใหญ่ ยังติดอยู่ในสัญญาสัมปทาน
คาดรายใหญ่เคาะแหลก
นายสืบศักดิ์ สืบภักดี นักวิจัยด้านโทรคมนาคม ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า เชื่อว่าแต่ละรายที่เข้าประมูลคงได้ประเมินมาแล้ว การเคาะแบบไม่มีใครยอมแพ้เช่นนี้ เป็นเรื่องของเทคนิคในการตัดคู่แข่งทางธุรกิจ ถ้าไม่ได้คลื่น คู่แข่งก็ต้องมีต้นทุนที่ไม่ต่ำ
ในความเห็นผมมองว่าระดับราคาขนาดนี้ เอไอเอสยังมีหน้าตักที่เพียงพอ ด้วยอายุใบอนุญาต 15 ปี และถ้าลูกค้า 40 ล้านราย รายได้เฉลี่ยต่อเลขหมาย (อาร์ปู้) ของไอเอเอส ถือว่าสูงกว่าทุกราย ส่วนดีแทคเอง เขาอาจต้องการคลื่นความถี่ต่ำ เพราะคลื่น 850 ที่ดีแทคมีจะหมดอายุในอีก 2 ปีข้างหน้า แต่พอราคาพุ่งขึ้นต่อเนื่องอาจจะคิดหนัก ส่วนทรูเองยังมีคลื่น 850 ที่ยังใช้ได้อีก 10 ปี ก็อาจไม่ต้องการคลื่นความถี่ต่ำ แต่ทรูก็คงกำลัง ทำให้คู่แข่งต้องมีต้นทุนที่สูง แต่ถ้าทรูต้องการจริงๆ ต้นทุนของทรูก็จะพุ่งเป็นแสนล้าน นายสืบศักดิ์ กล่าว
เชื่อดันต้นทุนคู่แข่ง
นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กสทช. กล่าวว่า ชี้ให้เห็นว่าทุกรายจริงจังกับการประมูล แม้ราคาประมูลจะสูงกว่าระดับราคาปกติแล้วก็ตาม คาดว่า เป็นการเคาะเพื่อดันราคาต้นทุนของคู่แข่ง จนถึงระดับราคาหนึ่งแล้วผู้ดันราคาจะถอยออกจากการประมูล จึงไม่สามารถอธิบายการต่อสู้ในระดับราคาที่สูงกว่าปกติได้ เพราะหากไม่ต้องการคลื่น แต่ต้องการดันราคาเท่านั้น การดันราคาในระดับสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง แล้วเกิดความผิดพลาดในการถอย ผู้ดันราคาอาจต้องรับชะตากรรมอันไม่พึงประสงค์เสียเอง
สรุปได้เพียงว่า ทั้งสี่รายต้องการประมูลแท้จริง คำอธิบายที่เป็นไปได้ คือ รายใหม่ ต้องการเข้าสู่ตลาดทุกระดับราคา โดยปกติรายใหม่จะมีต้นทุนโครงข่ายสูงกว่ารายเก่าที่มีต้นทุนโครงข่ายเดิม และยังต้องทำตลาดใหม่หมด ขณะที่รายเก่ามีลูกค้าเดิม มีส่วนแบ่งตลาดเป็นฐานสร้างรายได้ที่แน่นอนอยู่แล้ว
สถานการณ์นี้คำอธิบายที่เป็นไปได้มากสุด คือ รายใหม่มีความร่วมมือเป็นพันธมิตรกับรายเก่าบางรายอย่างไม่เปิดเผย และหากชนะประมูล อาจมีการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน มีการโรมมิ่งบริการกัน ทำให้ลดต้นทุนส่วนโครงข่ายไปได้ไม่น้อย และอาจมีการขายส่งบริการระหว่างกันทำให้ลดภาระในการทำตลาดใหม่ทั้งหมด
รายเก่าอันดับ 1 ที่มีคลื่นในมือน้อยลง หลังสิ้นสุดสัมปทาน 1800 และ 900 ที่ผ่านมา ก็ต้องการคลื่นเพิ่มเพื่อรองรับความต้องการใช้งานที่เพิ่มขึ้น เพราะแม้จะชนะประมูลก็ยังมีคลื่นไม่เท่าที่มีอยู่ จึงต้องรักษาส่วนแบ่งการถือครองคลื่น เพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาด ในทุกระดับราคาเช่นกัน
บีบรายเก่า-สกัดรายใหม่
รายเก่าอันดับ 2 ที่มีคลื่นในมือมากแต่มีอายุสัมปทานเหลือเพียง 3 ปี หากไม่ได้คลื่นใหม่ และในอนาคตไม่สามารถหาคลื่นมาทดแทนคลื่นที่หมดอายุ ก็จะเกิดความเสี่ยงที่จะต้องออกจากตลาดมือถืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะปริมาณคลื่น 2100 เมกะเฮิรตซ์ ที่เหลืออยู่ไม่เพียงพอที่จะรองรับลูกค้าหลายสิบล้านรายที่ใช้เน็ตความเร็วสูงผ่านมือถือ ที่นับวันที่แต่จะขยายตัว จึงต้องวางเดิมพันวันนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความลำบากในวันข้างหน้า นอกจากนี้ภาระส่วนแบ่งรายได้ใต้ระบบสัมปทานก็เป็นต้นทุนที่สูงกว่าค่าธรรมเนียมรายปีภายใต้ระบบใบอนุญาตจากการประมูลหลายเท่าตัว ความแตกต่างในการแข่งขันข้ามระบบดังกล่าว จึงต้องหาทางออกโดยเข้าสู่ระบบใบอนุญาตให้เร็วที่สุด
รายเก่าอันดับ 3 มีคลื่นในมือมากและมีอายุการใช้งานนาน แต่หากต้องการไต่อันดับ การสะสมคลื่นเพิ่มเป็นปัจจัยสำคัญ แต่การประมูลนี้จะเป็นการยิงปืนนัดเดียวที่ได้นกสองตัว เพราะนอกจากจะได้คลื่นเพิ่ม คือกันรายใหม่ไม่ให้เข้าสู่ตลาด และบีบรายเก่าที่คลื่นเหลืออายุไม่นานออกจากตลาด ราคาที่ประมูลจึงรวมถึงกำไรสองต่อจากกระสุนนัดเดียว ทำให้ยอมประมูลในระดับราคาที่สูงกว่าปกติ และที่สำคัญ วิธีการแบ่งงวดการชำระค่าคลื่นเป็นตัวหนุนให้ราคาไปต่อได้อีก
ผ่อนปรนค่างวด
ทั้งนี้ โดยปกติ กสทช. จะนำราคาชนะประมูลคลื่นมาเป็นตัวตั้ง และกำหนดว่า ให้จ่ายทันที 50% ในงวดแรก และผ่อนจ่ายงวดละ 25% ในงวดที่สองและสาม ดังนั้น หากประมูลแรง ก็ต้องหาเงินมาจ่ายมากขึ้นทันที กระทบต่อกระแสเงินสดและปริมาณหนี้หลังการประมูลทันที แต่การประมูล 900 กสทช. กำหนดให้ชำระค่าคลื่นงวดแรกประมาณ 8000 ล้านบาท และ ผ่อนงวดละ 4000 ล้านบาทในงวดที่สองและสาม ไม่ว่าราคาประมูลจะสูงขึ้นไปเพียงใด (ซึ่งเป็นเม็ดเงินที่ต่ำกว่าค่างวดของคลื่น 1800 เสียอีก)
ส่วนราคาคลื่นที่เหลือให้นำมาชำระในงวดที่สี่ ผู้ประมูลต่างเชื่อว่าจะนำคลื่นไปทำกำไรเพื่อนำมาชำระค่าคลื่นงวดที่สี่ได้ไม่ยาก จึงกระทบกระแสเงินสดและปริมาณหนี้ต่ำกว่าการประมูล 1800 อย่างชัดเจน ราคาประมูลจึงไหลขึ้นอย่างต่อเนื่อง และในทางทฤษฎียังไหลต่อได้อีกโดยผลประกอบการอยู่เหนือเส้นขาดทุน