เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่18 ธ.ค. พล.ต.ต.เฉลิม สุวรรณรัตน์โอสถผบก.สส.ภาค 3 พร้อมด้วย พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ และพ.ต.อ.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมแก๊งโจรกรรมรถจักรยานยนต์ใหม่รุ่นยอดนิยมที่จอดไว้ในโชว์รูมในหลายจังหวัดภาคอีสาน
หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3ได้สนธิกำลังกับตำรวจชุดสืบภูธร จ.บุรีรัมย์ และ จ.สุรินทร์ใช้หลักฐานภาพวงจรปิดแกะรอยติดตามจับกุมนายองอาจ แก้วหลวง หรือซีซ่าอายุ 29 ปี ชาวอุบลราชธานีหัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถ พร้อมพวกอีก 4 คน ประกอบด้วย นายศรชัย มากแวงหรือหย๋อง อายุ 23 ปี ชาวยโสธร นายอภิวัฒน์ บัวขาว หรือเท่ห์ อายุ 23 ปี ชาวจันทบุรี นายศักดา บุตรธาจรหรือหยิ่ง อายุ 35 ปี ชาวจันทบุรีและ น.ส.บัวไล วิโรจภัย หรือเหมียว อายุ 21 ปี ชาวอุบลราชธานี
พร้อมของกลางที่ใช้ในการก่อเหตุทั้งรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน บม5536 กาฬสินธุ์ รถเก๋งยี่ห้อมิตซูบิชิ สีบรอนซ์ทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนกล่องบันทึกข้อมูลกล้องวงจรปิด 4 เครื่อง ชะแลงเหล็ก 1 อันและโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง
ทั้งนี้สืบเน่องจากแก๊งดังกล่าวร่วมกันตระเวนก่อเหตุลักขโมยรถจักรยานยนต์ใหม่รุ่นยอดนิยมราคาแพงเช่น ยี่ห้อยามาฮ่า R15 ที่มีราคาตั้งแต่ 80,000บาทขึ้นไปถึงหลักแสนบาท ที่จอดไว้ตามร้านหรือโชว์รูมต่างๆในพื้นที่ภาคอีสาน อาทิ จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีษะเกษ ยโสธรอำนาจเจริญ มหาสารคาม อุบลราชธานี และร้อยเอ็ด
โดยพฤติการณ์ของแก๊งนี้จะแบ่งหน้าที่กันลงมือเป็นขั้นตอนโดยนายศักดา ทำหน้าที่ขับรถยนต์ตระเวนหาเป้าหมายและสำรวจเส้นทางพร้อมหาวิธีเปิดประตูและตัดกล่องบันทึกข้อมูลกล้องวงจรปิดของร้านไปทิ้งเพื่อทำลายหลักฐานจากนั้นจะโทรศัพท์ติดต่อนายองอาจ ซึ่งทำหน้าที่ขับรถยนต์พาลูกทีมมาลงมือก่อเหตุ
โดยมี น.ส.บัวไลแฟนของนายองอาจ คอยดูต้นทางระหว่างก่อเหตุเมื่อขโมยรถจักรยานยนต์ได้ตามใบสั่งของลูกค้าได้แล้วนายอภิวัฒน์ และนายศรชัย จะทำหน้าที่ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนี โดยนายองอาจและนายศักดา จะขับรถยนต์นำทางเพื่อสำรวจว่าเส้นทางที่หลบหนีมีเจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจหรือไม่รวมถึงบรรทุกน้ำมันใส่หลังรถยนต์ไปด้วยเพื่อเติมใส่รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาหากน้ำมันหมดระหว่างทาง
เมื่อสามารถนำรถจักรยานยนต์ถึงจุดหมายได้แล้วก็จะติดต่อประสานงานกับนายทุนชาวไทยเพื่อส่งขายต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านในราคาคันละ 4,000-50,000 บาทส่วนแก๊งดังกล่าวจะได้ค่าจ้างครั้งละ 5,000-10,000 บาทต่อคนซึ่งที่ผ่านมาได้ลงมือก่อเหตุขโมยรถจักรยานยนต์ตามร้านและโชว์รูมในหลายจังหวัดภาคอีสานมาแล้ว15 ครั้ง ได้รถจักรยานยนต์ 40 คัน มูลค่าความเสียกว่า 3 ล้านบาท
ด้าน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์กล่าวว่า หลังจากมีเหตุโจรกรรมรถจักรยานยนต์รุ่นยอดนิยมที่มีราคาตั้งแต่8 หมื่นถึงแสนบาท ไปส่งขายประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ทาง พล.ต.ท.ทวิชชาติพละศักดิ์ ผบช.ภาค 3 ได้สั่งการให้ทุกจังหวัดติดแนวชายแดนเร่งสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้จึงได้มีการประสานความร่วมมือกันจนสามารถจับกุมแก๊งนี้ได้
อย่างไรก็ตามคาดว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการหรือแก๊งอื่นที่ก่อเหตุในลักษณะเดียวกันอีกจึงได้กำชับให้ทุกพื้นที่เพิ่มมาตรการในการตรวจตราเข้มงวดมากขึ้นพร้อมเตือนผู้ประกอบการโดยเฉพาะร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์ราคาแพงให้เฝ้าระวังทรัพย์สินเพิ่มเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน