"บริขารทั้งปวงก็ดี สิทธิเพื่อบริขารทั้งปวงก็ดีของข้าพเจ้า อยู่ที่วัดบวรนิเวศ ถวายแด่พระกรรมการวัดบวรนิเวศ อยู่ที่วัดเทวสังฆาราม จังหวัดกาญจนบุรี ถวายแด่ท่านเจ้าอาวาส และพระเถระผู้รองลงมาอีก 3 รูป นอกจากนี้ อยู่ที่ผู้ใดที่ไหน ให้แก่ผู้นั้นที่นั้น" นี่คือเนื้อความใน "วินัยกรรม ชีวิดก" ที่สมเด็จพระสังฆราช ทรงลิขิต ด้วยลายพระหัตถ์ พระองค์เอง
พระศากยวงศ์วิทธิ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ในฐานะพระผู้ใกล้ชิด พบในขณะรวบรวมเอกสารสำคัญสมเด็จพระสังฆราช ที่พระตำหนักคอยท่าปราโมช วัดบวรนิเวศ ทรงลิขิตได้ ตั้งแต่ปี 2492 ในขณะที่ทรงมีพระชนมายุ 36 พรรษา ดำรงสมณศักดิ์ เป็น พระราชาคณะชั้นสามัญที่พระโศภณคณาภรณ์ พระลิขิตฉบับนี้ ไม่ใช่พินัยกรรมเหมือนอย่างทางโลก แต่เป็นการปลงบริขาร หรือเครืองใช้ของสงฆ์ส่วนพระองค์ทีมีมากเกินความจำเป็นให้เป็นของสงฆ์
ลูกศิษย์วัดบวรนิเวศคนหนึ่ง พาเราไปยังห้องเก็บของใช้ของสมเด็จพระสังฆราช นี่คือที่บรรมทมของพระองค์ ถัดจากที่บรรทมคือนั้งวิปัสนา โดยที่รองนั่งที่เห็นนี้ พระมารดาของพระองค์เป็นคนเย็บถวาย ส่วนนี่เป็นแปลงสีพระทนต์ของพระองค์ ใช้เกลือแบบโบราณ
พระอัฐิ หรือ กระดูก ของสมเด็จพระสังฆราช ถูกบรรจุลงในพระเจดีย์ที่ทำจากหินอ่อนทั้ง 3 องค์ ส่วนพระลองในบรรจุพระอัฐิทำจากงาช้าง องค์แรกประดิษฐานยังวัดบวรนิเวศวิหาร ที่พระตำหนักเดิม องค์ที่ 2 ประดิษฐานวัดเทวสังฆาราม จ.กาญบุรี เป็นวัดที่พระองค์ทรงบรรพชา ส่วนองค์สุดประดิษฐานยังวัดญาณสังวราราม จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นวัดที่พระองค์สร้างขึ้น
ที่พระวิหารเก๋ง วัดบวรนิเวศวิหาร เจ้าหน้าที่ จากกรมศิลปากร กำลังจัดเตรียมสถานที่ไว้พระสรีรางคาร หรือเถ้ากระดูก ของสมเด็จพระสังฆราช โดยจะไว้ใต้ฐานพระพุทธชินสีน์ จำลอง องค์นี้