คุ้ยปมร้าว วัยรุ่นเลือดร้อน

ความขัดแย้ง 2 กลุ่มวัยรุ่นเมืองกาญจนบุรี เป็นการสืบทอดพฤติกรรมจากรุ่นสู่รุ่น ครอบครัวเลิกราจึงทำให้เด็กมีปัญหา
ข่าว
พล.ต.ต.สุรนิตย์ พรหมบุตร ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี เปิดเผยถึงกลุ่มวัยรุ่นที่ลงมือก่อเหตุทำร้ายวัยรุ่นในเมืองกาญจนบุรีจนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ธันวาคมที่ผ่านมาว่า กลุ่มผู้ต้องหาที่ลงมือก่อเหตุมีทั้งหมด 6 คน ขณะเกิดเหตุเห็นผู้เสียชีวิตยืนอยู่ หน้าตาคล้ายวัยรุ่นคู่อริ จึงจอดรถและเดินลงมาพร้อมกัน จากนั้นก็เดินเข้าไปถามว่าเป็นเด็กเตาปูนหรือไม่ ซึ่งคนตายก็ปฎิเสธว่าไม่ใช่เด็กเตาปูน แต่ด้วยสาเหตุใดไม่รู้ทางผู้ต้องหาก็ชกต่อยทำร้าย และกลุ่มเพื่อนก็ตามมารุมทำร้าย
"ก่อนหน้านี้มีงานสะพานข้ามแม่น้ำแคว งานประจำปี ซึ่งงานเลิกแล้วกุ่มนี้ก็ยังเที่ยวอยู่ก็ก่อเหตุ โดยเบื้องต้นกลุ่มผู้ก่อเหตุทั้ง 6 คน ไม่มีอาชีพ เป็นเพียงวัยรุ่นในหมู่บ้านตำบลชุกโดน และเป็นธรรมดาของกลุ่มวัยรุ่นเมื่อรวมตัวกันก็ออกตระเวรเที่ยวกลางคืน ก่อนหน้านี้ 2 กลุ่มนี้เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเรื่องแย่งหญิงสาวและเรื่องทั่วไปบ่อยครั้ง" ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี กล่าว
นอกจากนี้ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี ยังกล่าวถึงมาตรการคุมเข้มจัดระเบียบวัยรุ่นในพื้นที่ โดยจะระดมกำลังตำรวจตรวจตรากลุ่มวัยรุ่น พร้อมกับการตั้งด่านตรวจค้นอาวุธในลักษณะที่จะก่อเหตุร้ายแรง รวมถึงตรวจยาเสพติด
ขณะที่พ.ต.อ.พิศุทธิ์ ศุกระศร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี กล่าวว่า กลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่มีอยู่ 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มชุกโดนและกลุ่มเตาปูน ซึ่ง 2 กลุ่มนี้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันมาตั้งแต่รุ่นพ่อมานานกว่า 20 ปี จนตกมาถึงรุ่นลูกในปัจจุบัน ซึ่งแก๊งนี้มีสามชิกในกลุ่มไม่ถึง 10 คน แต่จะมีหัวโจกที่มีพฤติกรรมไม่ดีอยู่ไม่เกิน 5 คนในแต่ละกลุ่ม ซึ่งกลุ่มชุกโดนจะพัวพันกับการค้ายาเสพติด ทำให้มีเงินสามารถไปซื้อรถและแต่งรถ รวมถึงไปเที่ยวเตร่ ส่วนกลุ่มเตาปูนจะมีพฤติกรรมไม่ดีทั่วไปแต่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด
"2 กลุ่มนี้ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนกับกลุ่มปทุมวันกับอุเทนถวาย ที่เจอหน้ากันไม่ได้ต้องมีเรื่องกันทุกครั้ง แต่กลุ่มพวกนี้ก็เป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดาทั่วไปที่ไม่มีงานทำ กลางวันนอนกลางคืนมีพฤติกรรมยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ครอบครัวมีปัญหาเลิกรา จึงทำให้เด็กมีปัญหาเมื่อเติบโตขึ้น" พ.ต.อ.พิศุทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัตินายพงษ์วิทย์ เทพกาวีระ มีประวัติเคยค้ายาเสพติดในพื้นที่เมื่อปี 2555 อีกทั้ง เคยก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงคู่อริเสียชีวิต จนถูกดำเนินคดีในข้อหาฆ่าคนตาย และนำตัวไปคุมขังที่สถานพินิจและคุ้มครองเด็กจังหวัดกาญจนบุรี เป็นเวลากว่า 1 ปี โดยเพิ่งพ้นโทษออกมาได้ไม่นาน
ส่วนนายนิตินัย วัชรานุทัศน์ มีภรรยา แต่ได้เลิกรากันไปแล้ว โดยมีลูกอายุ 1 ปีเศษ โดยเมื่อประมาณปีที่ผ่านมาเพื่อนสาวคนสนิทของนายนิตินัยถูกกลุ่มคู่อริใช้ปืนยิงได้รับบาดเจ็บ จึงทำให้นายนิตินัยโกรธแค้นจึงได้ไปแก้แค้นกลุ่มคู่อริ นอกจานี้ยังเคยไปก่อเหตุทำร้ายร่างกายด้วยการใช้อาวุธมีปาดคอคู่อริที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ถนนริมน้ำ และถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวได้ในภายหลัง แต่ขณะนั้นได้ประกันตัวออกมาในชั้นศาล และอยู่ระหว่างหนีศาล