เนชั่นทีวี

ข่าว

พระประวัติพระสังฆราช

17 ธ.ค. 2558 | lastman

พระประวัติพระสังฆราช

กว่า 2 ปีแล้วที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์สิ้นพระชนม์ ทรงมีพระปฏิปทาและพระจริยวัตรอันงดงาม เป็นที่เคารพรักและศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในไทยและต่างประเทศ โดยจะมีพิธีพระราชทานเพลิงพระศพระหว่างวันที่ 15-17 ธ.ค.นี้ ไปติดตามรายงาน

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เป็นชาวจังหวัดกาญจนบุรี มีพระนามเดิมว่า เจริญ คชวัตร ประสูติ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2456 พระชนกชื่อ น้อย คชวัตร พระชนนีชื่อ นางกิมน้อย คชวัตร พระองค์มีน้องชาย 2 คนคือ นายจำเนียร คชวัตร และนายสมุทร คชวัตร พระชนกได้ถึงแก่กรรมไปตั้งแต่พระองค์ยังเล็ก

เมื่อพระชนมายุได้ 14 พรรษา ทรงบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดเทวสังฆราม จังหวัดกาญจนบุรี เรียนพระปริยัติธรรม ที่วัดเสน่หา จังหวัดนครปฐม จนถึงวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2472 ได้ขึ้นเฝ้าถวายตัวต่อสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารเพื่อศึกษาพระปริยัติ ต่อมาสมเด็จพระสังฆราชเจ้าฯ พระราชทานฉายาให้ว่า "สุวฑฒโน" ซึ่งมีความหมายว่า "เจริญดี"

พ.ศ.2476 ทรงมีพระชนมายุครบอุปสมบทเป็นพระภิกษุ จึงกลับมาอุปสมบท ณ วัดเทวสังฆาราม จังหวัดกาญจนบุรี มีพระครูอดุลยสมณกิจเจ้าอาวาสวัดเทวสังฆาราม เป็นพระอุปัชฌาย์เพื่อช่วยสอนพระปริยัติธรรม

เมื่อกลับมาอยู่วัดบวรนิเวศวิหารได้ทรงอุปสมบทซ้ำเป็นธรรมยุตเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2476 โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ และได้ประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ตลอดมาจนกระทั่งสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค เมื่อ พ.ศ.2484

พ.ศ.2490 พระชนมายุได้ 34 พรรษา เจ้าพระคุณสมเด็จได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระโศภนคณาภรณ์ มีความหมายว่า ผู้เป็นอาภรณ์หรือเครื่องประดับของหมู่คณะอันงาม ซึ่งเป็นราชทินนามที่ตั้งใหม่สำหรับพระราชทาน แก่เจ้าพระคุณสมเด็จฯเป็นรูปแรก โดยเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ชั้นเทพ ชั้นธรรมโดยลำดับ

ต่อมา พ.ศ.2504 ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นพระราชาคณะ ชั้นเจ้าคณะรอง ที่พระสาสนโสภณ พ.ศ.2515 ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่สมเด็จพระญาณสังวร มีความหมายว่า ผู้สำรวมในญาณ คือ ความรู้

ซึ่งเป็นราชทินนามที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 ทรงโปรดให้ตั้งขึ้นใหม่ สำหรับพระราชทานสถาปนาพระญาณสังวร(สุก) พระราชาคณะฝ่ายวิปัสสนา ให้เป็นสมเด็จพระราชาคณะที่สมเด็จพระญาณสังวร เมื่อพ.ศ.2359 จากนั้นไม่ปรากฎว่ามีพระเถระรูปใดได้รับพระราชทานสถาปนา ตำแหน่งสมเด็จพระญาณสังวรอีกเลยเป็นเวลากว่า 150 ปี

พ.ศ.2532 เจ้าประคุณสมเด็จฯได้รับพระราชทานสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก นับเป็นสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

เจ้าพระคุณสมเด็จทรงรอบรู้แตกฉานในพระพุทธศาสนาทั้งด้านปริยัติและปฏิบัติโดยทรงนิพนธ์เรื่องทางพระพุทธศาสนาไม่น้อยกว่า 150 เรื่อง และทรงเป็นพระกรรมฐานพระองค์หนึ่ง ทรงปฏิบัติพระศาสนกิจทั้งการปกครองคณะสงฆ์ การศึกษาสงฆ์ และทรงอุปถัมภ์การสร้างสิ่งสาธารณประโยชน์ในที่ต่างๆ

สมเด็จพระสังฆราชดำรงพระชนมายุกว่า 100 พรรษา และสิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม พ.ศ.2556 เวลา 19.30 น.ณ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และมีการเคลื่อนพระศพมายังตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหารจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลากว่า 2 ปี

ในการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระสังฆราช ระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคมนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯเลื่อนชั้นเครื่องประกอบเกียรติยศ พระศพสมเด็จพระสังฆราชจากพระโกศกุดั่นใหญ่ เป็นพระโกศทองน้อย มีพระอิสริยยศเทียบชั้นสมเด็จเจ้าฟ้า สมเด็จพระสังฆราชเจ้า

ข่าวล่าสุด