แหล่งข่าวจากกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันอังคารที่ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา ได้มีมติอนุมัติงบประมาณจำนวน 234,400,000 บาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อจัดหาเครื่องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์จำนวน 2,930 เครื่อง ราคาเครื่องละ 8 หมื่นบาท ตามที่พลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานกรมการและผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน เป็นผู้เสนอผ่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่เสนอเข้ามาเป็นวาระจรเรื่องที่ 6
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย(ปภ.) เคยจัดซื้อเครื่องรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ใช้งานเมื่อปีพ.ศ. 2547 หรือประมาณ 13 ปีที่แล้ว ซึ่งปัจจุบันเครื่องเสื่อมโทรมอย่างมาก ประสิทธิภาพการใช้งานลดลงและบางส่วนใช้งานไม่ได้ เพราะมีความถี่ในการใช้งานสูง และส่วนที่ใช้งานไม่ได้ต้องใช้งบประมาณในการซ่อมแซมจำนวนมากไม่คุ้มค่า จึงทำให้ สตช.มีเครื่องฯ ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน
ดังนั้น ปภ.ในฐานะสำนักเลขานุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนและคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ จึงขอรับการสนับสนุนกราปฏิบัติงานของสตช.ในการบังคับใช้กฎหมายสำหรับสถานีตำรวจทุกสถานีจำนวน 1,465 สถานี สถานีละ 2 เครื่องจำนวนเป็นจำนวน 2,930เครื่อง
รายงานข่าวแจ้งว่าการจัดซื้อเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์ดังกล่าว เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ โครงการจัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วและเครื่องตรวจวัดแอลกอฮอล์เพื่อใช้ในการดำเนินการการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ของกระทรวงมหาดไทย
ซึ่งโครงการดังกล่าว มีในส่วนของการเสนอขอจัดหาเครื่องตรวจจับความเร็วแบบติดตั้งจำนวน 532 เครื่อง ราคาเครื่องละ 9 แสนบาท เป็นเงิน 478,800,000 บาท และเครื่องตรวจจับความเร็วแบบพกพา จำนวน 1,064 เครื่อง ราคาเครื่องละ 9 แสนบาท เป็นเงิน 957,600,000 บาท ด้วย แต่ยังไม่ได้มีการนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม.
เนื่องจากสำนักงบประมาณได้ท้วงและเสนอว่าในส่วนของเครื่องตรวจจับความเร็วที่ ปภ.ขอรับการสนับสนุนงบประมาณในครั้งนี้ ขอให้ มท.กับ สตช.ร่วมกันทบทวนการจัดซื้อเครื่องมือดังกล่าวอีกครั้ง เนื่องจากเป็นเครื่องมือที่มีครุภัณฑ์พิเศษและมีราคาสูงมาก คือ ราคาเครื่องละ 9 แสนบาท รวมทั้งได้รับการท้วงติงจากคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและมาตรการในการป้องกันอุบัติเหตุทางถนน วุฒิสภา ปี พ.ศ.2557 และ สตช.เคยจัดหาให้เฉพาะหน่วยงานที่มีความจำเป็นเพื่อใช้งานเฉพาะเท่านั้น ที่ต้องมีการดูแลบำรุงรักษาเครื่องมืออย่างดีและต้องใช้บุคลากรที่มีความรู้ รวมทั้งใช้งบประมาณในการบำรุงรักษาสูง
และการจัดหาครั้งนี้เป็นการจัดหาครั้งนี้เป็นการจัดหาให้กับสถานีตำรวจทั่วประเทศ ซึ่งสถานีตำรวจใช้เครื่องตรวจจับความเร็วอีกชนิดหนึ่งที่มีคุณลักษณะธรรมดามีราคาไม่สูง คือประมาณเครื่องละ 130,000 บาทและมีความเหมาะสมกับการใช้งานทั่วไป สามารถตรวจจับความเร็วได้ดี การดูแลรักษาง่าย ค่าใช้จ่ายในการดูแลไม่สูง จึงน่าจะเหมาะสมกับสถานีตำรวจมากกว่า