ผู้เชี่ยวชาญด้านปะการัง ให้ความเห็นว่า มีแนวโน้มที่ปี 2559 ปะการังในฝั่งอ่าวไทยทุกจังหวัด จะเผชิญภาวะฟอกขาวครั้งรุนแรงอีกครั้งเทียบเท่าในปี 2553 เนื่องจากพบว่าน้ำทะเลเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้นแล้ว ทั้งนี้ จากบทเรียนที่ประเทศไทยเคยเจอปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวรุนแรง ไปเมื่อ 2553 หลายฝ่ายคงมีการเตรียมรับมือกับปรากฏการณ์นี้ ด้วยความพร้อมมากขึ้น โดยจะต้องเตรียมรายงานความผิดปกติในแนวปะการังที่พบเห็นเข้ามาด้วย เพื่อจะได้เฝ้าระวัง ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กำลังเตรียมจัดทำมาตรการเพื่อรับมือ
สำหรับประเทศไทย เคยเจอปัญหาปะการังฟอกขาวหลายครั้ง โดยปี 2541 บริเวณอ่าวไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ในบางพื้นที่มีปะการังตายประมาณร้อยละ 80-90 เช่น จังหวัดจันทบุรี มีปะการังตายและถูกสาหร่ายปกคลุมเป็นจํานวนมาก จากนั้นในช่วงได้เกิดปะการังฟอกขาวขึ้นในปี 2546, 2548 และ 2550 แต่ไม่รุนแรงมากนัก กระทั่งปี 2553 มีรายงานการเกิดปะการังฟอกขาวครั้งรุนแรงที่สุดในประเทศไทย ทั้งฝั่งอันดามันพบว่าแนวปะการังทุกจังหวัดทางฝั่งอันดามัน เช่น ที่หมู่เกาะสุรินทร์เหนือและใต้ สิมิลัน จ.พังงา เกิดการฟอกขาวมากกว่า 30-50 % ของปะการังมีชีวิตที่มีอยู่ ที่ภูเก็ต ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์
ส่วนทะเลอ่าวไทย สำรวจที่เกาะช้าง จ.ตราด เกาะเสม็ด จ.ระยอง ทะเลขนอม จ.นครศรีธรรมชาติ พบการฟอกขาว ไม่รุนแรง แต่อุทยานแห่งชาติทางทะเล จ.ชุมพร พบว่ามีการฟอกขาวประมาณ 70 - 80 เปอร์เซ็นต์ จนต้องมีการประกาศปิดอุทยานเพื่อลดผลกระทบจากการท่องเที่ยว
จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าในเดือนสิงหาคม 2558 อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบริเวณตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตร มีค่า สูงขึน มากกว่าค่าปกติประมาณ 2 องศาเซลเซียส ส่วนทางตะวันออกของมหาสมุทร ค่าสูงกว่าค่าปกติประมาณ 3 องศาเซลเซียส นอกจากนีอุณหภูมิน้ำทะเลที่อยู่ลึกจากผิวน้าลงไปจนถึงระดับ 300 เมตร มีค่าสูงกว่า ค่าปกติ และมีค่าสูงกว่า 6 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิดังกล่าวจะส่งผลให้ปะการังเกิดการฟอกขาวได้
ปะการังฟอกขาว เกิดบริเวณแนวปะการังน้ำตื้น ที่อ่าวตังเข็น จ. ภูเก็ต เมื่อปี 2553 (ภาพ : ดร.นิพนธ์ พงศ์สุวรรณ)