เนชั่นทีวี

ข่าว

จับมือรับจ้างเปิดบัญชีแชร์ยูฟัน

13 ธ.ค. 2558 |

จับมือรับจ้างเปิดบัญชีแชร์ยูฟัน

พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รองผบก.ปคบ. แถลงผลการจับกุม น.ส.จิราพัชร สุขอินทร์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่150 หมู่9 ต.ห้วยหยาบ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน ผู้ต้องหาเกี่ยวข้องกับคดียูฟันรายที่ 98 ตามหมายจับของศาลอาญาที่ 1346/2558 ลงวันที่ 23 มิ.ย.58 ฐานความผิด ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันกระทำความผิดการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ

พ.ต.อ.อังกูร กล่าวว่า น.ส.จิราพัชร อยู่ในขบวนการรับจ้างเปิดบัญชีที่อำเภอปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา ให้กับบริษัทยูฟันฯ โดยมี นายบุน เคียต ชู (MR.BOON KIAT CHOO) ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้ว ลำดับที่49 ร่วมกับภรรยาคือ น.ส.นิภาพร ละมี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมแล้ว ลำดับที่103 ซึ่งเป็นเจ้าของร้านคาราโอเกะตลาดใหม่ที่ อ.ปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ร่วมกับพวกอีก 3 คน โดยจากการสืบสวนทราบว่า น.ส.จิราพัทร หลบหนีไปที่ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม ต่อมาวีซ่าหมดอายุ จึงจำเป็นจะต้องเข้ามาที่ประเทศไทย เพื่อต่อวีซ่า และจะกลับเข้าประเทศบรูไนอีกครั้ง ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบบัญชีทางการเงินของ น.ส.จิราพัทร พบว่ามีการธุระกรรมรับเช็คจากบัญชีของ บจก.ยูเทรดดิ้ง จำกัด จำนวน 13 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 25,740,000 บาท และรับโอนเงินจากบัญชี น.ส.ณัฐฐารีย์ รักวงศ์ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในคดียูฟัน จำนวนเงินกว่า 152,460,000 บาท จึงสรุปได้ว่า น.ส.จิราพัทร ทำธุกรรมทางการเงิน ที่เกี่ยวับการกระทำความผิดกว่า 182,000,000 บาท


ด้าน นางสาวจิราพัชร ให้การว่า บิดาของตนมีอาชีพเลี้ยงสัตว์ ส่วนมารดาเป็นแคดดี้ ซึ่งทางบ้านมีฐานะยากจน ตนจึงออกมาทำงานหาเงิน ซึ่งตนเรียนปวส. แล้วไปทำงานที่ อ.ปาดังเบซาร์ เป็นพนักงานเสริฟที่ร้านคาราโอเกะ ทางเจ้าของร้านให้ตนไปเปิดบัญชีธนาคารกสิกรไทย โดยให้ค่าจ้างเป็นเงิน 150 เหรียญมาเลเซีย หรือประมาณ 1,500 บาท โดยหลังจากเปิดบัญชีเรียบร้อย ทาง น.ส.นิภาพร ได้เก็บสมุดบัญชีของตนไว้ ซึ่งน.ส.นิภาพร จะนำเช็คมาให้ตนเซ็นอาทิตย์ละ 2 ครั้ง รวมแล้วประมาณ 10 กว่าครั้ง ซึ่งตนเซ็นให้ทุกครั้ง เพราะคิดว่าเป็นเอกสารเกี่ยวกับการทำประกัน หรือใช้เพื่อเลี่ยงภาษีของร้าน พร้อมทั้งตนเห็นว่าพนักงานทุกคนก็ทำแบบนี้ จึงเซ็นเอกสารให้ ไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาขึ้น อย่างไรก็ตามตนทำงานที่ร้านคาราโอเกะได้ประมาณหนึ่งเดือนกว่า จึงลาออกไปทำงานกับพี่สาวที่ประเทศบูรไน ซึ่งเดินทางไปในวันที่ 20 ธ.ค.57 และเดินทางกลับมาถึงเมืองไทยเมื่อช่วงกลางดึกคืนวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา ก่อนมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ที่สนามบิน


พ.ต.อ.อังกูร กล่าวอีกว่า นางสาวจิราพัชรไม่ได้ตั้งใจจะหลบหนีแต่อย่างใด ซึ่งเมื่อทราบว่าเป็นผู้ต้องในคดีดังกล่าว ก็ยินดีจะมอบตัว แต่ที่ยังกลับมาที่ประเทศไทยไม่ได้นั้น เพราะยังอยู่ทำงานอยู่ประเทศบรูไน และไม่มีเงินค่าเครื่องบิน เพราะที่ผ่านมาผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวจงใจจะใช้มือคนไทยเพื่อเปิดบัญชี แล้วโอนเงินออกนอกประเทศ ส่วนการประกันตัวในชั้นสอบสวนได้ตีราคาประกันไว้ จำนวน 500,000 บาท และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับแล้วยังหลบหนีอยู่ 66 ราย


ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องหาการกระทำความผิดไปที่ศาลแล้ว จำนวน 30 ราย คาดว่าในวันที่23ธ.ค.จะมีการส่งตัวผู้ต้องหาอีก 20-30 ราย เพื่อส่งฟ้องศาล ส่วนการเยียวยานั้น คาดว่าผู้เสียหายทั้ง 240 รายนั้น จะได้เงินคืนครบ 100% เนื่องจากว่าเจ้าหน้าที่สามารถอายัติทรัพย์สินของคดียูฟันได้จำนวนมาก ซึ่งทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่เป็นสิ่งของ ทางเจ้าหน้าที่จะต้องดำเนินการขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาคืนให้กับผู้เสียหายต่อไป

ข่าวล่าสุด