ข้อตกลงปารีส กำหนดให้ประเทศต่างๆ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและร่วมมือกันควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวได้รับการยกย่องจากผู้นำหลายประเทศ รวมทั้งประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐอเมริกาว่าเป็นข้อตกลงประวัติศาสตร์ที่ถือเป็น จุดเปลี่ยนของโลก
การประชุม COP21 เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 30พฤศจิกายน 2558 โดยมีผู้นำประเทศและผู้แทนจากภาคส่วนต่างๆ จากประเทศภาคีสมาชิกอนุสัญญา 190 ประเทศเข้าร่วมเจรจาซึ่งเป็นไปอย่างตึงเครียดตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา
ข้อตกลงนี้นับเป็นครั้งแรกที่มีการผูกมัดให้ประเทศต่างๆ ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สาระสำคัญของข้อตกลงฉบับนี้ ได้แก่1.จำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส และเดินหน้าความพยายามที่จะลดให้เหลือต่ำกว่า 1.5 องศาเซลเซียส2. สร้างความสมดุลระหว่างการปลดปล่อยและการหาที่เก็บกักก๊าซเรือนกระจกให้ได้ภายในครึ่งหลังของศตวรรษนี้3. ติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการทุกๆ 5 ปี4. ภายในปี 2020 ต้องสนับสนุนเงินทุน 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐให้ประเทศกำลังพัฒนาเพื่อรับมือและป้องกันปัญหาสภาวะโลกร้อน ข้อตกลงปารีสมีทั้งส่วนที่เป็นข้อผูกพันทางกฎหมายที่ประเทศภาคีจะต้องปฏิบัติตามและส่วนที่ให้กระทำโดยสมัครใจ แต่นับว่าเป็นข้อตกลงแรกที่กำหนดให้ทุกประเทศต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงประธานาธิบดีบารัค โอบามา ของสหรัฐฯ กล่าวชื่นชมและยกย่องข้อตกลงสิ่งแวดล้อมในกรุงปารีสว่า เป็นข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ของการปกป้องสิ่งแวดล้อม เพื่อไม่ให้โลกเสียหายจากภาวะโลกร้อน และย้ำว่าข้อตกลงนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเมื่อทั่วโลกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน