รมว.คมนาคม อาคม เติมพิทยาไพสิฐ เผยคณะกรรมาธิการความปลอดทางการบินของสหภาพยุโรป ประกาศว่าไม่มีสายการบินของไทยอยู่ในรายชื่อสายการบินที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำการบินเส้นทางยุโรป ซึ่งถือเป็นข่าวดีและต้องขอบคุณเอียซ่า ที่ให้โอกาสไทยไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ
หลังจากนี้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย หรือ กพท. ต้องเร่งปลดล็อคธงแดงจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO และสำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ สหรัฐอเมริการหรือเอฟเอเอ โดยเฉพาะประเด็นข้อบกพร่องที่มีนัยยะสำคัญต่อความปลอดภัย หรือเอสเอสซี จำนวน 33 ข้อ
เอียซ่าจะช่วย กพท.ในการจัดฝึกอบรม และสร้างมาตรฐานการบินของไทยให้ยกระดับตามสากล ซึ่งปัจจุบันได้เริ่มกระบวนการไปแล้วส่วนหนึ่งคือการแก้ไปกฎระเบียนคู่มือออกใบรับรองการเดินอากาศ หรือเอโอซี โดยเอียซ่าได้แนะนำให้ไทยสร้างความเข้มแข็งด้านบุคลากร ซึ่งไทยวางแผนไว้ 3 ขั้นตอน คือ 1. รับผู้มีประสบการณ์เข้ามาทำงาน โดยเฉพาะผู้เชี่ยวชาญต่างประเทศ 2.ข้าราชการหรือหน่วยงานรัฐฯ ที่อยากเข้ามาทำงานกับ กพท. ปัจจุบันก็พร้อมดำเนินการโอนถ่ายบุคลากร และ 3. เปิดรับคนรุ่นใหม่โดยทั้ง 3 ขั้นตอนจะทำควบคู่กัน
สำหรับขั้นตอนการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนข้างหน้า สายการบินที่ได้รับใบอนุญาตทั้ง 41 สายการบินต้องได้รับการตรวจสอบเพื่อออกใบอนุญาตใหม่ โดยเปิดให้สายการบินยื่นความจำนงเข้ารับการตรวจสอบแล้ว หลังจากนั้นจะเริ่มตรวจสอบด้านเอกสารคู่มือของสายการบินเป็นลำดับแรก
ตรวจสอบตามมาตรฐานใหม่จะเน้น 2 ส่วนหลัก คือมาตรฐานด้านความปลอดภัยของสายการบิน และฐานะการเงินของสายการบิน ซึ่งมีแนวโน้มว่าสายการบินบางรายอาจไม่ผ่านการพิจารณาและถูกยึดใบอนุญาตอย่างน้อย 1 ราย และในระหว่างนี้จะไม่เปิดให้สายการบินรายใหม่ยื่นขอใบอนุญาตจนกว่าจะปลดล็อคธงแดงของ ICAO
ด้านอธิบดีกรมท่าอากาศยาน และรักษาการผู้อำนวยการ กพท. จุฬา สุขมานพ บอกว่า หากสายการบิน 41 ราย ผ่านการตรวจสอบตามกติกาใหม่ จะได้รับใบอนุญาตอายุ 5 ปี แต่หากเป็นสายการบินรายใหม่ที่ผ่านการพิจารณาจะได้รับใบอนุญาตอายุ 2 ปี และสามารถต่ออายุได้ 5 ปี
ด้านกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.การบินไทย จรัมพร โชติกเสถียร บอกว่า การบินไทยตั้งเป้าว่าความปลอดภัยต้องอยู่ในมาตรฐานสูงสุดของโลก โดยยึดมาตรฐานเอียซ่าเป็นแนวทาง และพร้อมให้การสนับสนุนสายการบินอื่นๆ เพื่อยกระดับมาตรฐานการบินของไทยให้เข้มแข็งขึ้น