รองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม บอกว่า ก่อนหน้านี้มีข้อถกเถียงกันว่า กฎหมายกำหนดให้กรรมการ ป.ป.ช.เลือกคนใดคนหนึ่งเป็นประธาน ป.ป.ช. แต่ มีธรรมเนียมในอดีตที่เคยเลือกประธาน ป.ป.ช.ก่อนและนำขึ้นทูลเกล้าฯพร้อมกันในครั้งเดียวมาแล้วคือ กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดแรก เพื่อไม่ต้องนำขึ้นทูลเกล้าถึง 2 ครั้ง
ดังนั้นเพื่อคลี่คลายปัญหาทุกปม นายกรัฐมนตรี จึงต้องให้ อ.ปานเทพ พ้นตำแหน่งและเพิ่มอำนาจ ให้ผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหม่ 5 คน สามารถประชุมร่วมกับกรรมการ ป.ป.ช.ชุดเก่าอีก 4 คน เพื่อเลือกประธาน ป.ป.ช.ได้
ดังนั้นแม้ยังไม่มีการโปรดเกล้าฯบุคคลที่ผ่านการรับรองจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ 5 คน แต่จึงยังไม่ถือว่า บุคคลดังกล่าวสามารถใช้สิทธิ์เลือกประธาน ป.ป.ช.ได้ผลจากคำสั่ง ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เริ่มบังคับตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม ทำให้ พล.อ.บุณยวัจน์ เครือหงส์ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ นายวิทยา อาคมพิทักษ์ นายสุรศักดิ์ คีรีวิเชียร และนางสุวณา สุวรรณจูฑะ ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ให้ความเห็นชอบ ให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถประชุมร่วมกับ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่ยังคงอยู่ในวาระการดำรงตำแหน่ง เพื่อเลือกกันเองให้คนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ ป.ป.ช. แล้วแจ้งผลให้ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติทราบ เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงแต่งตั้งประธานและกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต่อไปในคราวเดียวกัน