ส่วนแฮชแท็กที่ได้รับความนิยมอันดับสอง คือ #BlackLivesMatter ที่ผู้คนร่วมแสดงความโกรธแค้นต่อเหตุการณ์ตำรวจยิงคนผิวดำในเมืองเฟอร์กูสัน, ชาร์ลส์ตัน และบัลติมอร์ของสหรัฐและร่วมเรียกร้องความยุติธรรมให้กับคนผิวดำ โดยมีผู้ใช้แฮชแท็กนี้มากถึงกว่า 9 ล้านครั้ง
แฮชแท็กอันดับ 3 คือ #MarriageEquality ซึ่งเป็นแฮชแท็กร่วมแสดงความยินดีที่ไอร์แลนด์และสหรัฐอนุญาตให้คู่รักเพศเดียวกันแต่งงานกันได้อย่างถูกกฎหมาย
นอกจากนี้วิกฤตผู้อพยพจากตะวันออกกลางที่ไหลทะลักเข้ายุโรปทำให้เกิดกระแสสนับสนุนการเปิดต้อนรับผู้อพยพด้วยการติด #RefugeesWelcome ซึ่งมีผู้ใช้แฮชแท็กนี้มากเป็นอันดับ 4
อันดับ 5 คือ #IStandWithAhmed เป็นแฮชแท็กเพื่อร่วมให้กำลังใจเด็กชาย อาห์เหม็ด โมฮาเหม็ด ชาวอเมริกันวัย 14 ปีที่ถูกตำรวจจับใส่กุญแจมือหลังนำนาฬิกาประดิษฐ์ขึ้นเองไปโรงเรียน แต่ถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็นระเบิด โดยหลายคนร่วมโพสภาพเด็กนักเรียนสวมกุญแจมือ และประธานาธิบดีบารัก โอบามา ยังร่วมติดแฮชแท็กนี้ด้วย
อันดับ 6 #Election2015 ถูกใช้ในช่วงการเลือกตั้งทั่วไปทั้งในอังกฤษ แคนาดาและอินเดีย และอันดับ 7 #FifaWWC เป็นเรื่องการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิง นอกจากนี้อันดับ 8 #PlutoFlyby เป็นเรื่องที่ยานสำรวจโคจรเข้าใกล้ดาวพลูโตมากที่สุดและส่งภาพแรกของดาวเคราะห์ดวงนี้กลับถึงโลก
อันดับ 9 #TheDress เป็นเรื่องชุดเดรสที่มีการถกเถียงกันอย่างกว้างขวางว่าเป็นชุดลายทางสีดำกับน้ำเงิน หรือ สีขาวกับทอง ที่มีผู้คนทวีตมากถึงกว่า 4.4 ล้านครั้ง
และอับดับสุดท้ายคือ #CaitlinJenner เป็นการแสดงความเห็นเรื่องการแปลงเพศของบรูซ เจนเนอร์ อดีตนักกีฬาโอลิมปิกที่ใช้ชื่อใหม่ว่า เคทลิน เจนเนอร์ และเธอสร้างสถิติโลกมีผู้ติดตามในทวิตเตอร์ มากถึง 1 ล้านคนภายในเวลาเพียง 4 ชม. 3 นาที หลังภาพลักษณ์ใหม่ปรากฏบนปกนิตยสารแวนิตี้ แฟร์