ภายหลังการสอบปากคำทางนายอนุเทพ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า ก่อนหน้านี้ ตนได้รับเชิญให้มาดำรงตำแหน่งประธานกรรมบริหาร บริษัทดังกล่าว โดยคิดว่าบริษัทแห่งนี้ได้ทำการค้าเปิดเป็นบริษัทขายตรงธรรมดา แล้วจะประกอบธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา แต่ในระยะหลัง ตนมาทราบว่ามีการบริหารงานเกี่ยวกับทางด้านการเงินในลักษณะเห็นแก่ผลประโยชน์ตนเองเท่านั้น ซึ่งเมื่อมีเงินเข้ามาในบริษัท กลับไม่โอนเข้าบัญชีของบริษัท แต่โอนเข้าบัญชีส่วนตัว ซึ่งเมื่อตนรับทราบเรื่องดังกล่าวจึง เดินทางมาลงบันทึกประจำวันที่ สน.ประเวศ เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ตนขอย้ำว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางบริษัท และได้ลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการบริษัท และบริษัทนี้ได้ปิดตัวลงตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาแล้ว
หลังจากนี้ผมจะดำเนินการเรื่องเอกสารเพื่อหาหลักฐานว่าผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องพร้อมทั้งแจ้งความกลับทันที สำหรับผู้ที่ทำให้เสียชื่อเสียง ซึ่งผมทำมา 30-40ปี จะมาเสียกับเรื่องแค่นี้ เงินแค่นี้ ทั้งนี้ผมไม่เคยได้รับการโอนเงินจากบริษัทนี้เข้าบัญชีจากทางบริษัทแต่อย่างใด แต่จะได้เงินค่าจ้างจากการมามอบให้ส่วนตัวเท่านั้น ซึ่งอยากจะขอความเป็นธรรมจากสังคมด้วย นายอนุเทพ กล่าว
ด้านพ.ต.ท.พสิษฐ์ เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางผู้ต้องหาปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ซึ่งทางตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบตามขั้นตอน หลังจากนี้ทางผู้ต้องหามีความประสงค์ที่จะขอประกันตัวในชั้นสอบสวน วงเงินจำนวน 7 ล้านบาท ก่อนจะดำเนินคดีตามขบวนการกฎหมายต่อไป