คุณพ่อพิการสู้ชีวิตคนนี้ทราบชื่อต่อมา คือ นายบุญเลิศ จันทร์มนต์ทา อายุ 44 ปี เป็นชาวบ้านตำบลท่าอิฐ อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จัดเก็บขยะมานานร่วม 20 ปี หลังพิการจากอุบัติเหตุกระดูกขาขวาแตกและตกนั่งร้านช่วงทำงานก่อสร้าง จึงหันมาเก็บขยะขาย โดยมีกำลังใจคือ ด.ญ.ศิลปฺศุภา จันทร์มนต์ทา อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนสตรีประจำจังหวัดอุตรดิตถ์ มาค่อยช่วยพ่อ โดยไม่อายแต่อย่างใด
นายบุญเลิศ กล่าวว่า ครอบครัวมีฐานะยากจน ภรรยารับจ้างเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ ค่อยเก็บค่าจอดรถในตลาด ตนหลังพิการร่วม 20 ปี หันมาเก็บขยะภายในเขตเทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ เก็บแต่เช้ามืด ได้มากพอประมาณก็ทำการคัดแยก ก่อนส่งขาย ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ราคาของลดต่ำมาก บางครั้งของเต็มคันรถเข็น ได้เงินไม่ถึง 100 บาท แต่ก็เป็นค่าอาหาร ค่าขนมให้ลูกสาวไปโรงเรียน ไม่เคยท้อและอาย เก็บขยะจนส่งลูกชายคนโตเรียนจบ ปวส.สายอาชีพและมีงานทำ และตั้งใจจะส่งลูกสาวให้จบปริญญาตรี จะได้มีงานเลี้ยงตัวเองได้ ภูมิใจที่สุดที่ลูกไม่อายออกมาช่วยพ่อทำงานทุกวัน นอกจาช่วยใกล้สอบจะไม่ให้มาช่วย
"สอนลูกเสมอว่า พ่อแม่ ไม่ร่ำรวย สิ่งที่เป็นมรดกให้ลูกได้คือ ความรู้อยากให้ตั้งใจเรียน เพราะเชื่อว่า ความรู้จะทำให้ลูกมีงานที่ดีทำ มีรายได้เลี้ยงตัวเอง และสอนให้ลูกๆ ทุกอาชีพมีคุณค่าในตัวเองเสมอนายบุญเลิศกล่าว
เด็กหญิงศิลป์ศุภา กล่าวว่า ตนเห็นพ่อทำงานเก็บขยะมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยอายกลับภูมิใจ เพราะเป็นงานสุจริต ครอบครัวมีรายได้ สิ่งสำคัญทำให้ตัวเองเรียนรู้ชีวิตมากขึ้น สามารถเอาตัวรอดในสังคมได้ ไม่เคยอิจฉาเพื่อนที่มีเวลาเล่นเกมส์ แชทไลท์ เล่นเฟส ตัวเองต้องทำงานช่วยครอบครัว ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับวันพ่อแห่งชาติและทุกๆวัน คือ การสวมกอด หอมแก้ม เช็ดเหงื่อ และเห็นรอยยิ้มของพ่อ ตัวเองจึงตั้งใจเรียน จบจะได้มีงานทำดีๆมาเลี้ยงครอบครัว
แม่ค้าที่ตลาดโต้รุ่ง เทศบาลเมืองอุตรดิตถ์ กล่าว่า นายบุญเลิศ เป็นคนขยันเข็นรถเก็บขยะทุกวัน แม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์ เป็นครอบครัวที่น่ารัก น่ายกย่องที่สุด
auto enHelp