เนชั่นทีวี

ข่าว

เผาทำลายซากกระทิงของกลาง

03 ธ.ค. 2558 |

เผาทำลายซากกระทิงของกลาง

ป่าไม้ยึดซากกระทิงเพิ่มก่อนเผาทำลายทิ้ง ด้านผู้ต้องหา1ใน2 ที่กำลังหลบหนีมอบตัวแล้ว 1 เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตวป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ ตรวจยึดซากกระทิงป่าได้เพิ่ม ส่งให้ตำรวจ สภ.ห้วยยาง อ.คอนสาร บันทึกเป็นหลักฐานทางคดีก่อนนำไปเผาทำลาย ขณะที่ ผกก.สภ.ห้วยยางเผย ผู้ต้องหาอีก 2 รายขอเข้ามอบตัวแล้ว

ป่าไม้ยึดซากกระทิงเพิ่มก่อนเผาทำลายทิ้ง 

ด้านผู้ต้องหา1ใน2 ที่กำลังหลบหนีมอบตัวแล้ว 1 

ชัยภูมิ-เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตวป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ ตรวจยึดซสกกระทิงป่าได้เพิ่ม ส่งให้ตำรวจ สภ.ห้วยยาง อ.คอนสาร บันทึกเป็นหลักฐานทางคดีก่อนนำไปเผาทำลาย ขณะที่ ผกก.สภ.ห้วยยางเผย ผู้ต้องหาอีก 2 รายขอเข้ามอบตัวแล้ว

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2558 เวลา 13.00 น. ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ นายวิชานนท์ แสนมาลา ผู้ช่วยหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ได้นำซากกระทิงป่าที่ตรวจยึดได้จาก ดาบตำรวจมงคล บุญมาตุ่น อายุ 47 ปี ตำแหน่งผู้บังคับหมู่ งานจราจร สภ.คอนสาร อยู่บ้านเลขที่ 109/9 หมู่1 ต.ภูเขียว อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ และนายปรีชา ปราบพราน อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่7 ต.คอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ที่ร่วมกันลักลอบขนย้ายซากเนื้อกระทิงป่าโดยบรรจุในกระสอบปุ๋ยจำนวน 8 กระสอบ น้ำหนักรวม 264 กิโลกรัม และใช้รถตราโล่ตำรวจติดป้ายหน้ารถ สายตรวจจราจร สภ.คอนสาร หมายเลขทะเบียน 28899 ยี่ห้อ อีซูซูในการก่อเหตุ ก่อนที่จะถูกเจ้าหน้าที่ตั้งด่านสกัดจับเมือช่วงเช้าของวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับซากกระทิงป่าที่เจ้าหน้าที่นำมาเผาทำลายในวันนี้ เป็นซากของกระทิงป่าเพศผู้ อายุ - ปี ที่ถูกพรานป่าใช้อาวุธปืนลูกซอง ขนาดเบอร์ 12 ยิงเข้าที่บริเวณข้างลำตัวจนเสียชีวิต ก่อนที่จะทำการชำแหละเอาเฉพาะเนื้อของกระทิง โดยทิ้งซากที่ประกอบด้วย ส่วนหัว โครงกระดูก และเนื้อกระทิงอีกบางส่วนไว้ในป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว ภายในเขื่อนจุฬาภรณ์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและนำซากของกระทิงที่เหลือออกมาจากป่าเมื่อช่วงเช้าวันนี้ และนำส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยาง บันทึกไว้เป็นหลักฐาน โดยมีชาวบ้านยืนมุงดูด้วยสีหน้า แววตาเศร้า จากการสอบถามชาวบ้านที่มามุงดูซากกระทิงป่าบอกว่า ไม่เคยทราบมาก่อนว่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวมีกระทิงป่าอาศัยอยู่ เมื่อทราบข่าวว่ากระทิงป่าถูกฆ่าก็รู้สึกเสียดายและเสียใจกับการกระทำของผู้ก่อเหตุที่มีความโหดเหี้ยม

ด้าน พ.ต.อ.สุวิชา จักรโนวรรณ ผกก.สภ.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ กล่าวถึงความคืบหน้าทางคดีว่า ขณะนี้หนึ่งในผู้ต้องหา คือ ด.ต.มงคล ยังคงให้การปฏิเสธโดยให้การว่าไม่ทราบมาก่อนว่าเนื้อที่ตนและนายปรีชาไปรับมาเป็นเนื้อกระทิงป่า ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหากำลังยื่นเรื่องขอประกันตัว อย่างไรก็ตามจากการขยายผลทราบว่า การลักลอบฆ่ากระทิงป่าและขนย้ายออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวครั้งนี้ เป็นลักษณะของการฆ่าเพื่อนำไปแบ่งกันกิน ไม่ใช่ลักษณะของขบวนการล่าสัตว์ป่า โดยจะมีพรานป่าหรือคนหาของป่าที่มีความชำนาญในพื้นที่ เมื่อพบเห็นกระทิงป่าลงมากินน้ำในเขื่อนจุฬาภรณ์จึงต้องการนำเนื้อไปประกอบอาหาร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยางกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายศาลเพื่อเรียกตัวผู้ต้องหาคนอื่นๆ ที่ร่วมกันก่อเหตุ โดยทำหน้าที่ขนซากกระทิงลงเรือเพื่อนำมาส่งให้รถตำรวจ และคาดว่าจะเป็นคนที่ใช้อาวุธปืนยิงกระทิง จำนวน 2 ราย เพื่อเข้าให้ปากคำ

จากนั้นผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่จุดตรวจเขื่อนจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับผู้ต้องหา ซึ่งอยู่ทางเข้าเขื่อนจุฬาภรณ์ โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจคอยตรวจสอบรถที่วิ่งเข้าออกภายในเขื่อน และมีกล้องวงจรปิดที่จะบันทึกภาพของรถที่วิ่งเข้าออกด้วย ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ถึงความเข้มงวดของรถที่จะเข้าไปในเขื่อนทราบว่า รถทุกคันที่จะเข้าไปภายในเขื่อน เจ้าของรถจะต้องแสดงตัวต่อเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ โดยจะต้องแลกบัตรเข้าออกทุกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่จะทำการบันทึกเวลาเข้า-ออก , ทะเบียนรถ , ชื่อ-สกุลผู้ที่เข้าไปภายในเขื่อน , จำนวนคนที่เข้าไป และวัตถุประสงค์ของการเข้าไปภายในเขื่อนด้วย

กรณีของ ด.ต.มงคล และนายปรีชา 2 ผู้ต้องหาที่ลักลอบเข้าไปขนย้ายซากกระทิงออกมาจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวและถูกจับกุมได้นั้น ทั้ง 2 คนได้ขับรถตราโล่ตำรวจ สภ.ดอนยางเจ้าไปภายในเขื่อน เวลาประมาณ 07.00 น. โดยบอกกับเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจว่าจะเข้าหาซื้อปลามากิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ประจำด่านก็ได้ทำการบันทึกข้อมูลไว้ตามปกติ และในระหว่างที่ ด.ต.มงคล และนายปรีชา เข้าไปภายในเขื่อนฯ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวได้รับรายงานจากสายข่าวว่าจะมีการลักลอบขนย้ายซากกระทิงโดยใช้รถยนต์ของทางราชการ เจ้าหน้าที่จึงประสานงานวางแผนกับตำรวจทหาร พร้อมนำกำลังออกไล่ล่าและปิดล้อมตั้ง จุดสกัดที่บริเวณหน่วยรักษาป่า(ปางม่วง)หน้าหน่วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียว จ.ชัยภูมิ กระทั้งเวลา 08.30 น. รถตราโล่ตำรวจที่มี ด.ต.มงคลเป็นคนขับก็ได้ขับรถกลับออกมา เจ้าหน้าที่จึงขอเข้าตรวจค้น แต่ ด.ต.มงคล พยามยามที่จะขับรถฝ่าด่านออกไป เจ้าหน้าที่จึงได้ถอดกุญแจและเชิญลงจากรถ ก่อนที่จะตรวจค้นภายในรถและพบซากกระทิง จำนวน 8 กระสอบวางซ้อนกันอยู่เบาะด้านหลัง จึงได้ควบคุมตัว ด.ต.มงคลและนายปรีชาไว้ ก่อนที่จะประสานไปยัง ตำรวจ สภ.ห้วยยาง อ.คอนสาร จ.ชัยภูมินำตัวไปสอบสวน

ทั้งนี้ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัวไปที่ สภ.ห้วยยางนั้น ด.ต.มงคล พยายามเจรจาต่อรองเพื่อขอให้ปล่อยตัว และขอยืมโทรศัพท์มือถือจากเจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่าจะโทรหาผู้ใหญ่เพื่อขอให้ช่วยไกล่เกลี่ย แต่เมื่อโทรไปแล้วไม่มีผูรับสาย

อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลา 13.30 น.วันนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจาก พ.ต.อ.สุวิชา จักรโนวรรณ ผกก.สภ.ห้วยยาง ว่าขณะนี้ผู้ต้องหาอีก 2 รายที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายเรียกมาให้ปากคำ ได้ให้ญาติติดต่อเพื่อขอเข้ามอบตัวแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนว่าการลักลอบฆ่าและขนย้ายซากกระทิงครั้งนี้มีผู้อยู่เบื้องหลังหรือไม่ ซึ่งจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ต่อมาเวลา 14.30 น.นายสุดใจ ดวงตาปา หนึ่งในผู้ต้องสงสัยได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยยางแล้ว โดยปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด