จับตาชายรักชายกลุ่มผู้ติดเชื้อรายใหม่
01 ธ.ค. 2558 | lastman

กรมควบคุมโรค เผยผลสำรวจผู้ติดเชื้อเอชไอวี พบกลุ่มชายรักชายเข้าข่ายผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุด พร้อมเดินหน้านโยบาย 3 ด้านลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่
ข่าว
01 ธ.ค. 2558 | lastman

กรมควบคุมโรค เผยผลสำรวจผู้ติดเชื้อเอชไอวี พบกลุ่มชายรักชายเข้าข่ายผู้ติดเชื้อรายใหม่มากที่สุด พร้อมเดินหน้านโยบาย 3 ด้านลดจำนวนผู้ป่วยรายใหม่
อธิบดีกรมควบคุมโรค นพ.อำนวย กาจีนะ เปิดเผยรายงานของโครงการโรคเอดส์แห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอดส์) พบว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของเอชไอวี เอดส์ ในปี 2557 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลกสะสม 36.9 ล้านคน ซึ่งในปี 2557 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 2 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตเนื่องจากโรคเอดส์ 1.2 ล้านคน
ส่วนในประเทศไทย จากการคาดประมาณจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ ตั้งแต่เริ่มมีการระบาดเมื่อ 30 ปีที่แล้ว จนถึงปี 2558 มีผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์เป็นผู้ใหญ่สะสมแล้วทั้งสิ้นประมาณ 1,201,839 คน ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 775,136 คน ยังมีชีวิตอยู่ 426,707 คน และปี 2558 มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ประมาณ 7,324 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ประกอบด้วยกลุ่มชายรักชาย กลุ่มผู้ทำงานให้บริการทางเพศ (เซ็กส์ เวิร์กเกอร์) และกลุ่มผู้ติดยาเสพติดที่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน หากพิจารณาจากช่วงอายุ พบว่าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่อยู่ในวัยรุ่น
ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ จำนวน 7,324 คน แยกเป็นติดเชื้อจากกลุ่มชายมีเพศสัมพันธ์กับชาย 3,882 คน (53%) คู่นอนฉาบฉวย 1,904 คน (26%) คู่นอนประจำ(แฟน สามี ภรรยา) 586 คน (8%) ผู้ให้บริการทางเพศ 586 ราย (8%) และติดเชื้อจากการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน 366 คน (5%)
การลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีเป็นโจทย์ที่ท้าทาย นพ.อำนวย บอกว่าการดำเนินงานเพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มเป้าหมายหลักทั้ง 3 กลุ่ม จะมุ่งใน 3 เรื่องหลัก คือ 1.นโยบายถุงยางอนามัย 100% รณรงค์ให้มีการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญและได้ผลที่สุดในการป้องกันการติดเชื้อ และการไม่ใช้เข็มฉีดยาร่วมกับบุคคลอื่น 2.ค้นหาผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้เร็วเพื่อนำเข้าสู่ระบบการรักษา ไม่เก็บตัว จะนำไปสู่เรื่องที่สังคมจะไม่ตีตรากับผู้ติดเชื้อด้วย และ 3.การให้ได้รับยาต้านไวรัสโดยเร็ว ไม่ต้องรอให้ระดับภูมิคุ้มกันเม็ดเลือดขาวหรือซีดีโฟร์ (CD4) ในเลือดต่ำถึงระดับหนึ่งก่อนเหมือนในอดีต เมื่อตรวจเจอว่าติดเชื้อก็จะให้ยาต้านไวรัสทันที และทำความเข้าใจให้ผู้ติดเชื้อเข้ารับยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผู้ติดเชื้อที่ได้รับยาต้านไวรัสก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดี
นอกจากนี้ การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหาเอดส์ระดับประเทศได้ยกระดับก้าวสู่เป้าหมายการยุติปัญหาเอดส์ (Ending AIDS) ภายในปี 2573 หมายความว่าประเทศไทยจะไม่มีเด็กที่คลอดมาแล้วติดเชื้อเอชไอวี ผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่มีไม่เกิน 1,000 รายต่อปี ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการการรักษาด้วยยาต้านไวรัสและไม่มีการตีตราและเลือกปฏิบัติอันเนื่องมาจากสถานการณ์ติดเชื้อ
หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422