ถือเป็นครั้งแรก และมีความสำคัญต่อคดีเขื่อนไซยะบุรี ของ ศาลปกครองในการนั่งพิจารณาครั้งแรกทึ่จะนำไปสู่คำตัดสินในอนาคต
วันนี้ ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 8 ศาลปกครองสูงสุด ตัวแทนชาวบ้านจาก 8 จังหวัดลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ เชียงราย เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดา หาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี นำโดยนายนิวัฒน์ ร้อยแก้ว ตัวแทนชาวบ้าน พร้อม กลุ่มทนายความ กลุ่มอนุรักษ์เกือบ 20 เป็นคนเข้ารับฟังการนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกของศาลปกครอง ในคดีเขื่อนไซยะบุรี ซึ่งตัวแทนชาวบ้าน 37 คนยื่นฟ้องไว้ตั้งแต่วันที่ 7 สิงหาคม 2555 จากข้อกังวลเรื่องกระทบด้านสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน และขอให้เพิกถอนการทำสัญญาซื้อไฟฟ้า ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย เนื่องจากไม่ชอบด้วยกฎหมาย
นางสอน จำปาดอก ชาวบ้านโพธิ์ไทร จ.อุบลราชธานี หนึ่งในผู้ฟ้องคดีคนที่37 บอกว่า ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนไซยะบุรี กั้นลำน้ำโขง มาตั้งปี2554 ทำให้รายได้จากการหาปลาลดลงเพียงหนึ่งหมื่นบาทต่อปีจากเดิมมีรายได้ปีละห้าหมื่นบาทต่อปี แต่พอจะหันมาทำการเกษตรริมน้ำโขงก็ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยวันนี้
นางสาว ส. รัตนมณี พลกล้า ทนายความจากศูนย์ข้อมูลชุมชน ได้นำข้อมูลใหม่เรื่องผลกระทบจากน้ำโขงแห้ง จนไม่มีเพียงต่อการประปานครพนม และปัญหาน้ำขุ่นในเขตอำเภอเชียงคาน จ.เลย ซึ่งสันนิษฐานว่าจะเป็นผลกระทบจากเขื่อนไซยะบุรีที่ก่อสร้างแล้วเสร็จถึง80เปอร์เซ็นต์ โดนชาวบ้านมั้นใจการนั่งพิจารณาครั้งแรกของศาลปกครองสูงสุด มีความสำคัญในการชี้ชะตาโครงการเขื่อนไซยะบุรีขนาด 1,270 เมกกะวัตต์ที่จะก่อผลกระทบสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง จึงได้รับความสนใจจากนักอนุรักษ์ระดับโลก
ขณะนี้ยังคงต้องรอผลสรุปการนั่งพิจารณาคดีของศาลปกครองกรณีเขื่อนไซยะบุรี ถ้ามีความคืบหน้าจะรายงานเข้าไป ช่วงนี้กลับไปยังสถานีค่ะ