ในช่วงปลายปี 2556 ที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน เดินทางมายังประเทศต่างๆในอาเซียน ก็ได้เล็งเห็นโอกาสในการฟื้นฟูเส้นทางการค้านี้ หรือที่เรียกว่าเส้นทางสายไหมทางทะเลศตวรรษที่ 21 ที่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายความร่วมมือ และเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างประเทศต่างๆที่อยู่บนเส้นทางสายดังกล่าว นายสี จิ้นผิง ยังกล่าวอีกว่า "เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือ หนึ่งในเขตสำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเล และจีนพร้อมที่จะเพิ่มความร่วมมือทางทะเลกับอาเซียน"มณฑลหูหนาน ถือเป็นอีกหนึ่งมณฑลสำคัญของประเทศจีน ซึ่งมีพัฒนาการทางด้านเศรษฐกิจและสังคมอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ปัจจุบันนี้มณฑลหูหนาน เป็นที่ตั้งของโรงงานอุตสาหกรรมที่สำคัญระดับโลกของจีนหลายแห่ง เช่น Zoomlion ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องจักรและยานยนต์ที่ใช้เพื่อการก่อสร้าง ทำเกษตรกรรม และคมนาคมที่ใหญ่ที่สุดในจีน//โรงงานในเครือ CRRC อุตสาหกรรมรถไฟยักษ์ใหญ่ระดับโลกของจีน และอุตสาหกรรมอื่นๆ อีกมากมายซึ่งนายจาง เหวินเชวียง หนึ่งในคณะกรรมการมณฑลหูหนาน บอกว่ากลุ่มประเทศอาเซียนถือเป็นคู่ค้าที่สำคัญของหูหนาน ปัจจุบันนี้ CRRC เองก็ไปตั้งบริษัทในมาเลเซียแล้วและกำลังจะเกิดความร่วมมือระหว่างหูหนานและอาเซียนเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตประเทศไทยเองก็เป็นอีกหนึ่งตลาดที่สำคัญ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่การค้าการลงทุนด้านอุตสาหกรรมอย่างเดียว แต่รวมไปถึงธุรกิจการท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน ซึ่งจากสถิติตั้งแต่ต้นปี 2558 พบว่าชาวไทยเดินทางไปท่องเที่ยวยังมณฑลหูหนานของจีนเป็นอันดับ 2 รองจากเกาหลีใต้ และไทยก็เป็นตัวเลือกอันดับ 1 ในการท่องเที่ยวของชาวหูหนานซึ่งก็เกิดจากปัจจัยหลายๆด้านและรวมไปความร่วมมือที่ทำให้เกิดไฟล์ทบินตรงระหว่างไทยและเมืองต่างๆในหูหนานมณฑลหูหนานนั้นมีความมั่งคั่งทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งยังเป็นบ้านเกิดของบุคคลสำคัญของจีนหลายท่าน รวมถึงประธานาธิบดี เหมา เจ๋อตุงที่เคยมาใช้ชีวิตช่วงหนึ่งในมณฑลแห่งนี้ด้วยเช่นกัน
ด้วยความพร้อมในหลายๆด้านของมณฑลหูหนานทำให้ทางการหูหนานเล็งเห็นว่า มณฑลหูหนานจะเป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญในการเชื่อมต่อจีนและอาเซียน หรือกลุ่มประเทศต่างๆที่อยู่ตามเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 เพื่อทำให้แนวคิดนี้เป็นจริงขึ้นมาได้อีกครั้ง