คพ.ชี้กระทงขนมปังทำน้ำเน่า

กรมควบคุมมลพิษ ชี้กระทงขนมปัง ทำให้เน่าง่าย งดลอยแหล่งน้ำปิด สถิติกระทงโฟมลดลงเหลือเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น
ข่าว
อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นายวิจารย์ สิมาฉายา บอกว่า ในช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุกปี พบว่าคนไทยนิยมหันมาใช้วัสดุจากธรรมชาติที่ย่อยสลาย เช่น กระทงใบตอง ขนมปัง กระทงดอกไม้ แทนการใช้โฟมที่มีแนวโน้มลดลงเหลือเพียงแค่ร้อยละ 10 แต่ก็ยังมีการใช้อยู่ หากเป็นไปได้ก็ถ้างดเลยก็จะดี เพราะขยะตกค้างจากปากแม่น้ำจะไหลออกสู่ทะเลโดยตรง จนทำให้ประเทศไทยติดอันดับที่ 6 ของโลก ที่มีปัญหาขยะตกค้างในทะเลรองจาก จีน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม และศรีลังกา ดังนั้นหากมีปริมาณขยะที่จากกระทงไหลลงสู่ทะเล จะส่งผลกระทบต่อปริมาณขยะที่สะสมอยู่ในทะเลให้มีจำนวนมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทางกรมควบคุมมลพิษ ก็เป็นกังวลว่า แม้จะรณรงค์การใช้กระทงขนมปัง ก็ยังมีข้อเสีย แม้สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ แต่หากมีปริมาณมากในแหล่งน้ำปิด ได้แก่ สระน้ำในวัด หนองน้ำ หรือแม่น้ำลำคลองที่มีความสกปรกเดิมอยู่แล้ว ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดน้ำเน่าเสีย เพราะขนมปังมีส่วนประกอบที่เป็นสารอินทรีย์คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน หากมีสารอินทรีย์ในปริมาณมาก จุลินทรีย์ต้องการปริมาณออกซิเจนเพื่อการหายใจและย่อยสลายวัสดุจากธรรมชาติ ก็จะยิ่งทำให้น้ำเสียเร็วขึ้น
จากสถิติการจัดเก็บกระทงในเขตกรุงเทพฯ ในปี 2551-2557 พบว่าสัดส่วนกระทงที่ทำจากโฟมมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยเปรียบเทียบกับปี 2554 ที่มีกระทงทำจากโฟมจำนวน 57,837 ใบ คิดเป็นร้อยละ 18 โดยในปี 2555 มีจำนวน 131,338 ใบ คิดเป็นร้อยละ 14 ปี 2556 มีจำนวน 107,848 ใบ คิดเป็นร้อยละ 12 และปี 2557 มีจำนวน 96,069 ใบ คิดเป็นร้อยละ 10 ตามลำดับ