เนชั่นทีวี

ข่าว

ป่วยไข้เลือดออก อาจถึงเดือน

13 พ.ย. 2558 | wanchat

ป่วยไข้เลือดออก อาจถึงเดือน

แพทย์ จุฬาฯระบุระยะฟื้นตัวของอวัยวะ หลังป่วยไข้เลือดออกรุนแรงจนอวัยวะล้มเหล้ว อาจ 2-3 วัน เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือน ขึ้นกับความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วย กำชับไข้สูงห้ามกินแอสไพริน ยาลดไข้สูงตระกูล เฟ็นเด็ดขาด

วันนี้( 13 พ.ย.) เวลา 11.00 น. ที่อาคารจามจุรี4 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีการแถลงข่าว เรื่องไข้เลือดออก....น่ากลัวหรือไม่? โดย รศ.นพ.ชิษณุ พันธุ์เจริญ หัวหน้าสาขาวิชาโรคติดเชื้อในเด็ก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า โรคไข้เลือดออกเป็นโรคในเด็กโต วัยรุ่น ผู้ใหญ่ที่อายุยังน้อยที่มีสุขภาพแข็งแรง อากาสำคัญ คือ ไข้สูงลอย หมายความวว่ามีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส กินยาลดไข้แล้วไข้ไม่ลง ปวดเมื่อยตามตัว ชวงแรกอาจจะแยกยากจากโรคไข้หวัดใหญ่ จนเมื่อเข้าสู่วันที่ 3-4 จึงจะเป็นอาการชัด ส่วนใหญ่เป็นอาการทางระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง แะเลือดออกบริเวณผิวหนัง
แต่โอกาสที่ประชาชนจะเป็นเองยากมาแพทย์ต้องทำการรัดแขน หากมีอาเจียนเป็นเลือกดแสดงว่ามีเลือดออกในกระเพาะอาหาร การรักษาจะยากขึ้น ส่วนใหญ่ไข้เลือดออกไม่รุนแรง เมื่อไข้ลดลงอาการจะดีขึ้น เว้นแต่ผู้ป่วยที่เมื่อไข้ลดลงแล้วแต่อาการแย่ลง เช่น ปวดท้องมากขึ้น อาเจียน ตัวเย็น ต้องรีบพบแพทย์ แต่เป็นส่วนน้อย
รศ.นพ.ชิษณุ กล่าวอีกว่า ไข้เลือดออกช่วงอันตราย คือ 1.มีการรั่วของพลาสมาออกจากหลอดเลือดแต่เม็ดเลือดแดงไม่ออกด้วย ทำให้เลือดข้นขึ้น ถ้ารูไม่ใหญ่แพย์จะรักษาได้ จะป็นแค่ชั่วคราว 2-3 วัน แต่ถ้ารั่วมากจะเกิดภาวะช็อค 2.เลือดออกในกระเพาะเพราะเกล้ดเลือดต่ำทำให้มเลือดออก แต่จะเป็นชั่วคราว และ 3.อวัยวะบางอย่างล้มเหลว เช่น ปอด ตับ ไต
โอกาสเกิดความรุนแรงพบน้อย แต่บางคนมีอาการรุนแรงมาก จนนอวัยวะล้มเหลวแพทย์จะทำการรักษาทโดยหวังว่าอวัยวะจะกลับมาทำงานได้ตามปกติ อาการก็จะดีขึ้น จนหาย ส่วนระยะเวลาที่อวัยวะจะทำงานปกติอาจ 2-3 วัน เป็นสัปดาห์ หรือเป็นเดือนขึ้นอยู่กับร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคน ต้องอาศัยความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วยรศ.นพ.ชิษณุกล่าว ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ในปี 2558 เชื่อว่าจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในไทยจะใกล้เคียงกับปี 2556ที่มีการระบาดมาก ดังนั้น ไม่ถือว่าปีนี้มีการระบาดที่ผิดปกติ เนื่องจากไข้เลือดออกจะมีการระบาดปีเว้นปี หรือปีเว้น 2 ปี ส่วนอัตราป่วยแล้วเสียชีวิตไม่แตกต่างจากเดิมอยู่ที่ 1 ต่อ1,000 ประชากร จากการศึกษาของศูนย์ฯพบว่าสายพันธุ์ที่พบบ่อยในปี 2558 มีทั้ง1-4 แต่ที่พบบ่อยที่สุด คือสายพันธุ์ที่ 4
ศ.นพ.ยง กล่าวอีกว่า ความรุนแรงของโรคบางคนรุนแรง บางคนไม่รุนแรง อาจเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางพันธุกรรมอันนึงที่ทำให้แต่ละคนตอบสนองต่อการติดเชื้อไข้เลือดออกไม่เหมือนกัน ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นพันธุกรรมไหนจำเป็นต้องเร่งศึกษา นอกจากนี้ ความรุนแรงเกี่ยวกับการดูแลระยะแรก ช่วงไข้ การขาดน้ำ การกินยาลดไข้พวกแอสไพริน หรือยาที่ลงท้ายด้วยเฟ็น(-Fen)หรทอที่เรียกว่ายาลดไข้สูง ซึ่งห้ามกินเด็ดขาดในผู้ป่วยไข้เลือดออก เพราะจะทำให้อาการรุนแรงขึ้น เลือดออกได้มากขึ้น เสียเลือดมาก
ผู้ที่เคยเป็นไข้เลือดออกแล้วสามารถเป็นไได้อีกเพราะไข้เลือดออกมา 4 สายพันธุ์ โดยการเป็นครั้งที่ 2 อาการจะรุนแรงกว่า ซึ่งภาวะช็อคมักจะเกิดขึ้นในการป่วยครั้งที่ 2 เพราะตราบาปการติดเชื้อครั้งแรก ทำให้มีปฏิกริยาภูมิต้านทานรุนแรงเร็ว เมื่อเกิดการรบกันระหว่างภูมิต้านทานต่อไปวรัสในบ้านเจ้าถิ่น ทำให้บ้านพังเสียหายศ.นพ.ยงกล่าว
ศ.นพ.ดร.นรินทร์ หิรัญสุทธิกุล ผช.อธิการบดีและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ป้องกันและโรคติดเชื้อ ภาควิชาเวชศาสตร์ป้องกันและสังคม กล่าวว่า ยุงลายที่มีเชื้อไข้เลือดออกเมื่อไข่ออกมาไข่และลูกน้ำก็จะมีเชื้อด้วย หากอุณหภูมิของอากาศมากขึ้นเวลาที่ไข่ยุงจะกลายไปเป็นยุงลายจะสั้นมากทำให้ปริมาณการแพร่เชื้อกได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะถ้าฝนตกสลับกับอากาศร้อนจะมียุงลายมากมีโอกาสโรคไข้เลือดออกระบาดมาก
โดยยุงลายจะหากินเวลากลางวันและอยู่บริเวณในบ้าน ชอบอยู่ตามสิ่งห้อยแขวน น้ำนิ่งใส บินไกลได้ 100-200 เมตร ไม่ชอบแสงและลมแรง โดยชอบกัดเด็ก เพราะผิวนุ่ม ผู้หญิงเพราะมีฮอร์โมงดึงดูดบางอย่าง คนหายใจแรงเพราะมีคาร์บอนไดออกไซด์รอบตัวมาก คนที่เหงื่ออกมากและคนที่สวมใส่เสื้อผ้าสีเข้ม ที่ทำให้รู้สึกอบอุ่นยุ่งจะชอบ การป้องกันจึงต้องทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

ข่าวล่าสุด