เมืองเสิ่นหยาง ซึ่งมีประชากรราว 1 ล้านคน ต้องเผชิญปัญหาสุขภาพอันเนื่องมาจากมลพิษ โดยเฉพาะการหายใจติดขัดและแสบตา คนที่จำเป็นต้องออกไปทำธุระข้างนอก ต้องใส่หน้ากากอนามัย หรือหน้ากากกันแก๊ส และนับตั้งแต่จีนเริ่มมีการรายงานสภาพอากาศตั้งแต่ 3 ปีก่อน ไม่มีครั้งใดเลยที่คุณภาพอากาศจะเลวร้ายขนาดนี้
สาเหตุหนึ่งของปัญหา เป็นผลมาจากเข้าสู่ฤดูหนาว และประชาชนหลายล้านคน เผาถ่านหินเพื่อสร้างความอบอุ่น ขณะที่โรงงานถ่านหินก็เร่งผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค จนเกิดหมอกควันที่เป็นมลพิษทางอากาศอย่างต่อเนื่อง ทัศนวิสัยในการมองเห็นในหลายพื้นที่ไม่ถึง 100 เมตร ผสมกับควันจากท่อไอเสียจากรถยนต์ ซึ่งทำให้ประชากรกว่า 1 ใน 3 ต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางมลพิษแทบจะถาวร และอากาศสกปรกในแต่ละวันที่พวกเขาสูดเข้าไป เทียบได้กับการสูดควันบุหรี่ทีละจำนวนมากๆ
ขณะที่เกณฑ์มาตรฐานสูงสุดที่คนทั่วไปจะสูดมลพิษได้ในแต่ละวัน อยู่ที่ 25 ไมโครกรัม แต่ในบางพื้นที่มีค่ามลพิษสูงถึง 1400 ไมโครกรัม ทำให้ทุกสัปดาห์ มีประชาชนหลายพันคนต้องเสียชีวิตเพราะโรคเกี่ยวกับหัวใจและหลอดเลือด และโรคเกี่ยวกับปอด ทำให้แพทย์ต้องตระเวณรักษาผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบการหายใจแทบไม่เว้นวัน