กรธ.ให้อำนาจ กกต.สั่งปิดหน่วยเลือกตั้ง
10 พ.ย. 2558 | lastman

กรธ.ให้อำนาจ กกต.สั่งปิดหน่วยเลือกตั้ง หากพบทุจริต ย้ำเพื่อให้การแก้ปัญหารวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องเป็นมติ กกต.ทั้งหมด พร้อมหั่นอำนาจ กกต. ให้ใบแดงผู้สมัคร ส่งเรื่องไปศาลฎีกาพิจารณา
ข่าว
10 พ.ย. 2558 | lastman

กรธ.ให้อำนาจ กกต.สั่งปิดหน่วยเลือกตั้ง หากพบทุจริต ย้ำเพื่อให้การแก้ปัญหารวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องเป็นมติ กกต.ทั้งหมด พร้อมหั่นอำนาจ กกต. ให้ใบแดงผู้สมัคร ส่งเรื่องไปศาลฎีกาพิจารณา
นายอมร วาณิชวิวัฒน์ โฆษกกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ แถลงผลการประชุม กรธ.ต่อประเด็นรายละเอียดเกี่ยวกับคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า ที่ประชุมพิจารณาแล้วเห็นว่าควรปรับบทบาทการทำหน้าที่ของ กกต. โดยเฉพาะมาตรการระงับการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งที่พบการทุจริตการเลือกตั้งหรือการเลือกตั้งไม่เป็นไปอย่างเที่ยงธรรม
โดยกำหนดให้อำนาจ กกต. สั่งงดการลงคะแนนในหน่วยเลือกตั้งเพื่อดำเนินการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งที่ประชุมพิจารณาเจตนารมณ์ประเด็นดังกล่าวแล้วเห็นว่ามาตรการของ กกต.ที่ดำเนินการออกคำสั่งระงับการลงคะแนนเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่ต้องรอนำเรื่องเข้าที่ประชุม กกต. เต็มคณะนั้น ทำให้การแก้ปัญหาล่าช้าและไม่ทันการณ์ดังนั้นหากให้อำนาจ กกต. เพียง 1 คนที่พบเห็นเหตุการทุจริต เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าทำได้อย่างรวดเร็ว
นอกจากนั้นยังให้อำนาจ กกต.สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือให้ใบเหลืองกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ส่วนกรณีการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งบุคคลใด (ให้ใบแดง) ให้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อวินิจฉัย ขณะที่การออกเสียงประชามตินั้น ให้สิทธิ กกต.มีอำนาจไต่สวนและสั่งให้ออกเสียงประชามติใหม่ได้ กรณีที่มีหลักฐานว่าการออกเสียงประชามติไม่เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย
นายอมร กล่าวด้วยว่าสำหรับระบบเลือกตั้งนั้นที่มีความกังวลต่อประเด็นเรื่องจำนวน ส.ส.ส่วนเกินกว่าจำนวนที่กำหนดไว้ เบื้องต้นทาง กรธ. ได้พิจารณาแล้วมีแนวโน้มว่าจะใช้การคำนวณจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อให้เป็นไปตามสัดส่วนและไม่เกินจำนวน 150คน
โดยใช้หลักการคำนวณแบบเทียบบัญญัติไตรยางค์ที่ไม่ซับซ้อน โดยระบบดังกล่าวกรธ.เห็นว่าจะสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกพรรคการเมือง ไม่ใช่ช่วยเหลือพรรคการเมืองใด ส่วนกรณีที่บางพรรคการเมืองมีศักยภาพส่งผู้สมัคร ส.ส.เขตที่ไม่ครบทุกเขตนั้น กรธ.จะไม่เขียนบทบังคับให้ดำเนินการใดๆ เพราะต้องการให้พรรคการเมืองต่างๆ มีการพัฒนาภายในพรรคตามศักยภาพที่พึงมี