สำหรับคดีที่ถึงที่สุดแล้วโดยศาลได้ออกหนังสือรับรองมีจำนวน 20 คดี โดยในจำนวนนี้อัยการสั่งไม่ฟ้อง 1 คดี และศาลพิพากษาลงโทษ 19 คดี โดยโทษที่ศาลตัดสินนั้นมีทั้งสั่งจำคุกและสั่งปรับ แต่ทุกคดีศาลสั่งให้จำเลยพร้อมบริวารออกจากป่าที่เกิดเหตุ ส่วนคดีซึ่งอยู่ระหว่างอุทธรณ์มีจำนวน 5 คดี และอยู่ในชั้นอัยการพิจารณาอีก 3 คดี รวมทั้งอยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนอีก 5 คดี สำหรับการบังคับคดีทางอัยการแนะนำให้หาหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อสร้างน้ำหนักว่าจำเลยแต่ละรายไม่ปฎิบัติตามคำพิพากษาอย่างไร
ด้านพ.ต.อ.โสภณ เพียรร่มทองไทย รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบูรณ์ บอกว่า ในส่วนของการดำเนินคดีกับผู้บุกรุกป่านั้น ทางตำรวจได้พยายามเร่งรัดคดีที่เหลืออยู่ในระหว่างการสอบสวน ซึ่งขณะนี้เหลืออยู่จำนวน 5 คดี รวมทั้งที่อาจจะมีการจับกุมต่อไปอีกก็จะเร่งรัดให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว
ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับรีสอร์ทที่มีการยื่นบังคับคดีจำนวน 19 แห่ง อาทิ ได้แก่ 1.โรงเตี้ยม 2.ไร่เติมรัก 3.ช้างทอง 4.ริมธารรีสอร์ท 5.ภูทองคำ 6.บ้านตายาย 7.บุญเลิศรีสอร์ท 8.ภูกำนันกาย 9.บ้านพักสายหมอกและรีสอร์ทไม่มีชื่ออีก 10 แห่ง ส่วนรีสอร์ทที่ยื่นอุทธรณ์มี 5 แห่ง ได้แก่ สมบุญรีสอร์ต อิงฟ้า ทับเบิกวิลเลจ เอนกาย@ทับเบิก และรีสอร์ทไม่มีชื่ออีก 1 แห่ง