นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มผู้ประท้วงไปรวมตัวกันที่สนามบินซงชาน ซึ่งประธานาธิบดีหม่า ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวสั้น ๆ ก่อนเดินทางในช่วงเช้าวันนี้ โดยผู้ประท้วงได้เผารูปภาพของ 2 ผู้นำ พร้อมเรียก ประธานาธิบดีสี ว่า เป็น "เผด็จการจีน" และเรียกหม่าว่า "คนทรยศ"
ผู้ประท้วงคงหนึ่งบอกว่า เขาเป็นประธานาธิบดีที่ไม่เคารพความเห็นของประชาชน หม่าไม่มีสิทธิ์ที่จะไปพบกับผู้นำจีน / แต่ก็ยังคงมีประชาชนที่สนับสนุนหม่าบางส่วนไปให้กำลังใจที่สนามบิน
ประธานาธิบดีหม่า บอกว่า เป้าหมายของการพบกันครั้งนี้ เพื่อเล่าเหตุการณ์ให้อดีต และมองถึงอนาคต สร้างสันติภาพทั้งที่ไต้หวัน และจีนแผ่นดินใหญ่ โดยเขาย้ำว่า การประชุมครั้งนี้ จะเป็นการปูทางไปสู่ความสัมพันธ์ใหม่ ให้กับรัฐบาลชุดต่อไป ที่จะได้สานสัมพันธ์ร่วมกัน
การหารือของ 2 ผู้นำ จากจีน ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ของจีนแผ่นดินใหญ่ และหม่า อิง จิ่ว ประธานาธิบดีแห่งไต้หวัน เป็นการหารือครั้งแรกในรอบ 66 ปี นับตั้งแต่ปี 1949 ที่พรรคก๊กมินตั๋ง แพ้สงครามกับพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน และไปตั้งรกรากในไต้หวัน
ตามกำหนดแล้ว ประธานาธิบดีสี และประธานาธิบดีหม่า จะจับมือกันที่โรงแรมหรูในสิงคโปร์ ราว บ่าย 3 โมงว วันนี้ หรือราว บ่าย 2 โมง ตามเวลาในประเทศไทย จากนั้ จะมีการหารือกันเป็นส่วนตัว ราว 1 ชั่วโมง
นับเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญ ภายใต้การปกครองของหม่า มาตลอด 7 ปี ที่ชูนโยบายเข้าหาจีน ทำให้ประชาชนในไต้หวันไม่พอใจมากนัก เพราะเป็นกังวลว่า การพูดคุยเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้ จะเป็นการขายไต้หวันให้กับประเทศจีน
แม้ว่าไต้หวันจะมีประชาธิปไตย และแนวทางการปกครองของตนเอง แต่ไต้หวัน ก็ไม่เคยประกาศอิสรภาพจากจีน ซึ่งจีนก็มองว่าไต้หวันเป็นจังหวัดหนึ่งที่แยกตัวออกไป และพร้อมที่จะใช้กำลังทันทีหากจำเป็น
ทั้งนี้ ความนิยมในพรรคก๊กมินตั๋ง ของหม่า รวมถึงตัวของเขาเอง ได้ลดลงอย่างมาก อันเนื่องมาจากนโยบายของเขา ที่ชูขึ้นมาว่าจะใกล้ชิดกับจีนมากยิ่งขึ้น