พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า จากกรณีที่มีผู้โดยสารข่มขู่วางระเบิดบนเที่ยวบินของสายการบินไลออนแอร์ ที่กำลังบินออกจากท่าอากาศยานนานาชาติดอนเมือง จนทำให้ต้องยกเลิกการบินนั้น โดยนายพิชิต มีพฤติการณ์เป็นผู้โดยสารในเที่ยวบินได้นำกระเป๋าสะพายติดตัวขึ้นไปบนเครื่องบินด้วย และจังหวะนั้นทางด้านแอร์โฮสเตสจะนำกระเป๋าใบดังกล่าวไปเก็บให้ นายพิชิตก็ได้บอกกับแอร์โฮสเตสว่า เก็บกระเป๋าดีๆ นะ ระวังระเบิด ที่เชิญนายพิชิตมาในวันนี้ เนื่องจากกฎหมายที่นายพิชิตได้กระทำผิดเป็นกฎหมายที่ออกประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาเป็นพ.ร.บ.ใหม่เอี่ยมที่เรียกว่าพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 มาตรา 22 ซึ่งขณะนี้นายพิชิตเป็นผู้ต้องหา แต่อยู่ระหว่างการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนของ สน.ดอนเมือง โดยเป็นคนแรกที่กระทำความผิดในราชอาณาจักรไทย ตามองค์ประกอบความผิดตามมาตรา 22 ซึ่งเป็นต้นแบบความผิดที่ไม่ดี
จากการสอบถามนายพิชิต ทำให้ทราบว่าเป็นครั้งแรกที่นายพิชิต ได้ขึ้นเครื่องบินและได้เดินทางไปที่สนามบิน เพื่อที่จะเดินทางไปงานแต่งงานเพื่อนที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทั้งนี้ การที่จะบอกกล่าวข้อความอันเป็นเท็จ จนทำให้เกิดความตื่นกลัวในเครื่องบิน สนามบิน หรือที่ต่างๆ เหล่านี้ อยากให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับผู้จะต้องโดยสารเครื่องบินว่าจะไปพูดข้อความอันเป็นเท็จลักษณะนี้ไม่ได้ เพราะเป็นความผิดตามกฎหมาย
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ พล.ต.อ.พงศพัศ ให้ความสนใจ ถือว่าเป็นเรื่องใหม่ที่ควรนำมาเผยแพร่ต่อสื่อมวลชน เพื่อประชาสัมพันธ์ไปถึงพี่น้องประชาชนที่เดินทางโดยเครื่องบิน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เพิ่งมีผลบังคับใช้เมื่อ 13 ก.พ. 58 มีอัตราโทษค่อนข้างสูง ซึ่งกรณีของนายพิชิตเข้าองค์ประกอบความผิดตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558 มาตรา 22 ผู้ใดแจ้งข้อความหรือส่งข่าวสาร ซึ่งรู้อยู่แล้วว่าเป็นเท็จ และการนั้นเป็นเหตุหรือน่าจะเป็นเหตุให้ผู้ที่อยู่ในท่าอากาศยาน หรือผู้ที่อยู่ในอากาศยานในระหว่างการบินตื่นตกใจ ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกิน 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าการกระทำนั้นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของท่าอากาศยานในระหว่างการบินผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงสิบห้าปี หรือปรับตั้งแต่สองแสนบาทถึงหกแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งทางด้านนายพิชิตแม้จะประกันตัวไปแล้วแต่เมื่อได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ก็ยินดีที่จะเดินทางมาให้ข้อมูลเป็นอุทาหรณ์กับพี่น้องประชาชน
ด้านนายพิชิต กล่าวว่า ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของตนเอง ทำให้คนอื่นเดือดร้อนและเสียหายมาก การที่ผมพูดในสิ่งที่ไม่สมควรพูดในบางพื้นที่นั้น ก่อให้เกิดความเสียหายหลายๆ ด้าน ทั้งทำให้เครื่องบินล่าช่า ทำให้เที่ยวบินต้องยกเลิกไปเลย ซึ่งวันนั้นผมจะเดินทางไปงานแต่งเพื่อนที่หาดใหญ่ ผมขึ้นเครื่องบินครั้งแรก และไม่เคยรู้ว่าพ.ร.บ.ฉบับนี้มีกฎหมายอย่างนี้ ซึ่งตนได้พูดไปโดยที่ตัวเองไม่ได้คิด และด้วยความคึกคะนองจะแซวถามแอร์โฮสเตส ก็เลยแซวไปอย่างนั้น จึงอยากให้คดีของผมเป็นอุทาหรณ์ และหวังว่าคดีในลักษณะนี้จะไม่มีเกิดขึ้นมาอีก กระผมต้องขอประทานโทษพี่ๆน้องๆ ทุกคนที่ทำให้เดือดร้อนวุ่นวายในครั้งนี้ขึ้น ผมสำนึกผิดและยอมรับผิดในการกระทำของผม และจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว