บ่ายวันนี้ ตำรวจนครบาล 6 สรุปสำนวนคดีระเบิดแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาธร ส่งอัยการเพื่อฟ้องร้องต่อศาลทหาร

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 บอกถึงการสรุปสำนวนคดีระเบิดแยกราชประสงค์ และท่าเรือสาทร ว่าคณะพนักงานสอบสวนสรุปสำนวนดำเนินคดี นายยูซูฟู และนายอาเดม คาราดัก หรือ บิลาเติร์ก มูฮัมหมัด ผู้ต้องหาในคดีนี้ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

คณะพนักงานสอบสวนจะนำสำนวนที่จำนวนกว่าหลายร้อยหน้า ส่งมอบให้กับพนักงานอัยการศาลทหาร กรมพระธรรมนูญ บ่ายวันนี้ เพื่อให้พิจารณามีความเห็นสั่งฟ้องผู้ต้องหาตามความผิด ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันทำระเบิดจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์ ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบ ครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพกพาอาวุธระเบิดไปในเมืองหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และร่วมกันมียุทธภัณฑ์ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนเตรียมแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมซึ่งยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยจะต้องรอให้ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ชี้แจง มั่นใจในพยานหลักฐานว่ามีความแน่นหนาเพียงพอ ที่จะดำเนินคดีคดีกับผู้เกี่ยวข้องได้

เหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์ เกิดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 เวลา 18.55 น. ตามเวลาในประเทศไทย มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และในวันต่อมาได้เกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดลงมาจากสะพานตากสิน ทำให้เรือที่จอดอยู่บริเวณใกล้เคียงถูกสะเก็ดระเบิดเล็กน้อย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ

ตำรวจได้ขอศาลอนุมัติหมายผู้ต้องหารายล่าสุดคือ อ๊อด พยุงวงศ์ หรือยงยุทธ พบแก้ว ที่มีเบาะแสว่าจะมีความเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดครั้งนี้ และเคยเกี่ยวข้องกับเหตุระเบิดที่สมานเมตตาแมนชั่น ในปี 2553 โดยเหตุระเบิดราชประสงค์ มีผู้ต้องหา 17 คน มีคนไทยร่วมขบวนการ 2 คน คือ วรรณา สวนสันต์ กับ ยงยุทธ หรือ อ๊อด พยุงวงศ์) และจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือบีลาเติร์ก มูฮัมหมัด และไมไรลี ยูซูฟู ขณะนี้ถูกควบคุมตัวทีเรือนจำชั่วคราวมณฑลทหารบก ที่ 11