เว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ ของจีนรายงานว่า หญิงชาวไต้หวันที่มีข่าวก่อนหน้านี้ที่ได้คลอดลูกบนเครื่องบินของสายการบินไชน่า แอร์ไลน์ เส้นทางบินจากบาหลี ประเทศอินโดนีเซีย มุ่งหน้าไปยัง นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกาถูกฟ้องร้องเรียกค่าชดเชยจากสายการบิน เนื่องจากทำให้เครื่องบินต้องเปลี่ยนเส้นทางการบินใหม่ ไปลงจอดฉุกเฉินยังสนามบินในเมืองแองเคอเรจ มลรัฐอลาสก้า อีกทั้งยังโกหกเรื่องอายุครรภ์ ทั้งที่ความจริงแล้วเธอตั้งครรภ์ได้ 36 สัปดาห์แล้ว ส่วนการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการบินครั้งนี้อาจต้องมีค่าใช้จ่ายมากกว่า 33,000 เหรียญสหรัฐฯ หรือราว 1.16 ล้านบาท
ด้านอดีตพนักงานต้อนรับของสายการบินนี้รายหนึ่งแสดงความคิดเห็นบนเฟซบุ๊คว่า หญิงสาวรายนี้ไม่แจ้งกับสายการบินตั้งแต่ซื้อตั๋วและไม่ยอมบอกกับพนักงานต้อนรับภาคพื้นดินว่าตั้งท้อง เนื่องจากตามกฎหมายการบินของไต้หวัน จะไม่อนุญาตให้หญิงตั้งครรภ์เกินกว่า 32 สัปดาห์ขึ้นเครื่องหากไม่มีใบรับรองแพทย์
ขณะเดียวกันยังมีการเปิดเผยด้วยว่า ระหว่างที่คุณแม่ชาวไต้หวันรายนี้กำลังเจ็บท้องใกล้คลอด เธอได้สอบถามลูกเรือและแพทย์ พยาบาลที่อยู่บนเครื่องว่า 'นี่เราถึงน่านฟ้าประเทศสหรัฐฯหรือยัง?' นอกจากนี้ตามคำบอกเล่าของแพทย์ที่ช่วยทำคลอดให้นั้น บอกว่าตอนแรกคิดว่าแค่ปวดท้องเฉยๆ จนได้เห็นใกล้ๆจึงรู้ว่าจริงๆแล้ว เธอตั้งครรภ์อยู่ ก่อนที่แพทย์หญิงบนเครื่องจะช่วยทำคลอดจนปลอดภัย และกัปตันของก็เร่งนำเครื่องลงจอดฉุกเฉินทันทีที่เมืองแองเคอเรจ รัฐอลาสก้าของสหรัฐฯแทนจุดหมายเดิม
ทั้งนี้คุณแม่ชาวไต้หวันได้ถูกเนรเทศกลับไต้หวันไปแล้ว ส่วนทารกน้อยยังอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาลต่อ ทั้งนี้ตามปกติแล้วทารกที่ถือกำเนิดในประเทศสหรัฐอเมริกา จะได้รับสัญชาติโดยอัตโนมัติ และได้สิทธิเหมือนพลเมืองอเมริกันทั่วไป เช่นการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง สิทธิการทำงาน สิทธิทางสังคมและผลประโยชน์ นอกจากนี้ผู้ที่ถือหนังสือเดินทางสัญชาติอเมริกันยังสามารถเดินทางไปประเทศต่างๆทั่วโลก โดยไม่ต้องขอวีซ่าอีกด้วย