จากกรณีที่ นายคาซุโอะ โยชิโอกะ อายุ 83 ปี อดีตนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นถูกฆ่าปาดคอภายในห้องนอนชั้นบนของบ้านเลขที่ 59 หมู่ 9ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งคาดว่าคนร้ายคือนายสำพันธ์ แจ่มแจ้ง อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/2 หมู่ที่ 9 ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง น้องเขยของนางภรณี ภรรยาของนายคาซุโอะ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเหตุการณ์นี้ โดยเมื่อเวลา 07.00 น. วันนี้ (15ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรับแจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ได้ทำการจับกุมนายสำพันธ์ แจ่มแจ้ง อายุ 47 ปี ผู้ต้องสงสัยฆ่านายคาซุโอะ โยชิโอกะ อายุ 83 ปี อดีตนักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ได้ที่บนรถโดยสารในท้องที่จังหวัดสระบุรี และกำลังสอบขยายผลในเซฟเฮ้าแห่งหนึ่ง หลังจากรับแจ้งจึงไปตรวจสอบยังกองกำกับการสืบสวนสอบสวนภูธรจังหวัดอ่างทอง พบเพียงเจ้าหน้าที่ตำรวจบางส่วนเท่านั้น ส่วนนายสัมพันธ์ นั้นถูกสอบสวนอยู่ในเซฟเฮ้าแห่งหนึ่งโดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปทำข่าว
พ.ต.อ.เสรี ทรงกิจ ผกก.สืบสวนจังหวัดอ่างทอง กล่าวเพียงสั้นๆว่า ได้ทำการจับกุมนายสำพันธ์ มาจริง จับได้ที่สระบุรีเมื่อคืนนี้(14ต.ค.) โดยจับได้บนรถโดยสารแถวปั้มน้ำมันถนนมิตรภาพ เขตติดต่ออ.หมวกเหล็ก-แก่งคอย เวลาประมาณ 23.00 น. และตอนนี้ขอทำการสอบสวนเพื่อขยายผลต่อและจะมีการแถลงข่าวต่อไป
ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปยังสภ.วิเศษชัยชาญ หลังรับแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.วิเศษชัยชาญได้ทำการเชิญตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้มาทำการสอบสวนตามคำให้การของนายสำพันธ์ พบว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้นำตัวนางภรณี และนายสราวุธ สะอาดศรี อายุ40ปี อยู่บ้านเลขที่19หมู่ที่9ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ที่ถูกซัดทอดว่าร่วมกันก่อเหตุ
จากการสอบสวนเบื้องต้นทั้งคู่ยังให้การปฏิเสธ และจากการค้นตัวนายสราวุธนั้น พบในตัวมียาไอซ์อยู่จำนวนหนึ่งด้วย มาสอบสวนตั้งแต่เช้าโดยปิดห้องสอบสวนไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปเช่นเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าได้รับข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า หลังจากก่อเหตุแล้วนายสำพันธ์ได้ให้ภรรยาไปส่งที่บ้านพี่ชายในจังหวัดสิงห์บุรี จากนั้นเวลาประมาณ 05.00 น. พี่ชายนายสำพันธ์ได้ขับรถจักรยานยนต์มาส่งนายสำพันธ์ ที่ท่ารถตู้สิงห์บุรี ก่อนที่นายสำพันธ์ จะไปที่จังหวัดสระบุรีเพื่อเดินทางไปหาแม่ที่จังหวัดมหาสาราคามและเดินทางกลับมาที่โคราชมาหาน้องชายสุดท้ายขึ้นรถโดยสารเพื่อจะกลับมาสระบุรีและกลับมาอ่างทอง เพื่อทวงเงินค่าจ่างที่ให้ฆ่านายคาซุโอะ โยชิโอกะ แต่ก็ถูกจับกุมก่อน
สำหรับสาเหตุการฆ่านั้นรับแจ้งจากแหล่งข่าวอีกว่า นายสำพันธ์ รับสารภาพว่า พี่สาว หรือภรรยาผู้ตายเป็นคนจ้างให้ลงมือฆ่า โดยไปวางแผนที่จังหวัดสิงห์บุรี
ต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ นำกำลังเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูงมหาบันไดอลูมิเนียมและมีด ซึ่งเป็นหลักฐานในการประกอบคดีที่นายสำพันธ์ แจ่มแจ้ง วัย47ปี ก่อคดีฆ่าปาดคอนายคาซูโอะ โยชิโอกะ อดีตนักธุรกิจวยั83ปีชาวญี่ปุ่น ในบ่อน้ำหลังบ้านเลขที่59หมู่9ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นบ้านที่เกิดเหตุ
จากการสอบสวนนายสำพันธ์ ให้การว่า หลังเกิดเหตุได้นำบันไดที่ใช้ในการปันขึ้นบ้านชั้นสองและมีดที่ใช้ในการฆาตรกรรมนายคาซูโอะมาทิ้งไว้ ซึ่งหลังจากใช้เวลากว่า1ชม.จึงสามารถงมบันไดอลูมิเนียมขนาดใหญ่ยาวประมาณ 2 เมตร ขึ้นมาได้ แต่ยังไม่สามารถที่จะหามีดที่ใช้ก่อเหตุได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องระดมกำลังลงงมอีกครั้ง ซึ่งระหว่างนั้นได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดหนึ่งที่สอบสวนนายสำพันธ์อยู่ แจ้งว่ามีดที่ใช้ในการก่อเหตุนายสำพันธ์ นำไปด้วยและตรวจพบอยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าของนายสำพันธ์แล้ว
พ.ต.อ.พีระพันธ์ จันทร์เทียน ผกก.สภ.วิเศษชัยชาญเปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การว่าไม่ได้ลงมือคนเดียวมีผู้ร่วมลงมืออีก1คน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวไว้แล้ว อยู่ระหว่างการสอบสวนเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังได้เชิญนางภรณี นภาดล ภรรยาของนายคาซูโอะมาสอบสวนด้วย ส่วนจะโยงถึงใครก็ต้องรอการสอบสวนทางคดีอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยตอนนี้ทางบุตรชายองผู้ตายที่เป็นนายแพทย์ได้เดินทางมาที่โรงพักแล้วส่วนการเปิดเซฟนั้นต้องรอกุญแจเซฟก่อนเพราะทางผู้ต้องหาบอกไปทิ้งไว้ที่จังหวัดมหาสารคาม
ด้านนายธีระพงศ์ นภาดล อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่53 หมู่ที่9ต.ยี่ล้น อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง น้องชายของนางภรณี กล่าวว่า ตนไม่เชื่อตามคำให้การของนายสำพันธ์ ไม่เชื่อว่าพี่สาวตนจะเป็นคนจ้างวานฆ่านายคาซุโอะ เนื่องจากนายคาซุโอะกับพี่สาวตนนั้น รักใคร่ก็มาก โดยทั้งคู่ดูแลกันและกันเป็นอย่างดี เงินทองนายคาซุโอะก็ให้พี่สาวตนใช้อย่างสบาย ไม่ขาดมือ ซึ่งไม่มีเหตุผลใดที่ต้องมาจ้างวานฆ่ากัน ส่วนเหตุผลที่นายสำพันธ์ ซัดทอดพี่สาวตนนั้น คงมาจากการที่นายสำพันธ์ ไม่ถูกกับพี่สาวของตนเรื่องการค้ำประกันการซื้อรถ ซึ่งเรื่องมันเกิดก่อนที่นายคาซุโอะจะถูกฆ่าตาย
จากการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบว่า นายสำพันธ์ นั้น ได้เคยก่อเหตุฆ่าปาดคอคนแก่เพื่อชิงทรัพย์มาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี2556ในพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี ซึ่งหลังจากก่อเหตุได้หลบหนีมาอยู่ในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ซึ่งอยู่ระหว่างการตามจับกุมตัว และอดีตนายสำพันธ์เคยทำงานเป็นคนงานฆ่าสัตว์ในโรงงานฆ่าสัตว์มาก่อน ซึ่งพฤติกรรมการก่อเหตุในการฆ่าปาดคอที่ผ่านมา จะเลียนแบบการฆ่าสัตว์ในโรงงานฆ่าสัตว์ โดยจะใช้อาวุธแทงตามลำตัวก่อนที่จะใช้มีดปาดคอทีหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานในวันพรุ่งนี้ที่ 16 ต.ค. ทางผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1จะนำตัวนายสำพันธ์และผู้ร่วมก่อเหตุไปแถลงข่าวที่ตำรวจภูธรภาค1