ค้นเครือข่ายแชร์ทองคำ
15 ต.ค. 2558 | wanchat

สงขลา-ดีเอสไอ บุกค้นเป้าหมายสถานที่พักของ สมาชิกระดับแกนนำของกลุ่มขบวนการแชร์ลูกโซ่หลอกลวงให้ลงทุนในทองคำ(เพกาซัส) ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลามูลค่า 500 ล้านบาท
ข่าว
15 ต.ค. 2558 | wanchat

สงขลา-ดีเอสไอ บุกค้นเป้าหมายสถานที่พักของ สมาชิกระดับแกนนำของกลุ่มขบวนการแชร์ลูกโซ่หลอกลวงให้ลงทุนในทองคำ(เพกาซัส) ในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลามูลค่า 500 ล้านบาท
ล่าสุดวันนี้ (พฤหัสบดีที่ 15ตุลาคม 2558) เวลา 09.00 น. อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้สั่งการให้ พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล ผู้บัญชาการสำนักคดีอาญาพิเศษที่ 2 นำคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 125/2558 เข้าตรวจค้นเป้าหมายสถานที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยพันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนคดีอาญาพิเศษ 2 นำกำลังพร้อมหมายค้นของศาลอาญา เข้าทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 133/6หมู่ที่ 1ตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นบ้านพักของ นางศุทธา หน่อสกุลคม สมาชิกระดับแกนนำของกลุ่มขบวนการแชร์ลูกโซ่หลอกลวงให้ประชาชนทั่วไปลงทุนในทองคำ กับบริษัทพีเอ็มบี เพกาซัส (ไทยแลนด์) จำกัด และ Pegasus Bullion Limited
โดยขณะเข้าการตรวจค้นปรากฎพบนายสุทธิ หน่อสกุลคม สามีนางศุทธา อยู่ในบ้านด้วยแต่ยืนยันไม่ทราบเรื่องและพร้อมนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและค้นภายในบ้านโดยผลการตรวจค้นเจ้าหน้าที่ยึดเอกสารหลักฐานสำคัญทั้งการสร้างเครือข่ายสมาชิก,เอกสารการซื้อทองคำรวมถึงเอกสารบ้านและรถหรูที่มีการซื้อขายเงินสดมูลค่า3,090,000บาท เบื้องต้นจึงได้อายัดไว้ตรวจสอบ
สำหรับพฤติกรรมของกลุ่มขบวนการดังกล่าวคือ กลุ่มของนางศุทธา หน่อสกูลคม กับพวกได้ร่วมกับชาวต่างชาติ ได้ร่วมกันกระทำการอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เป็นขบวนการ โดยแบ่งหน้าที่กันทำ ดำเนินการเตรียมการวางแผนเปิดบริษัทในไทยให้มีชื่อคล้องหรือคล้ายกับบริษัทที่ตั้งอยู่ต่างประเทศ โดยการจัดตั้งบริษัทในไทยนั้นได้มีการว่าจ้างให้ชาวไทยเป็นผู้จดทะเบียนจัดตั้งและใช้ชื่อเป็นผู้มีอำนาจลงนามในบริษัท ทั้งที่ผู้มีชื่อไม่ทราบว่าบริษัทนั้นดำเนินกิจการอย่างไร และมีการการวางแผนชักชวนให้บุคคลทั่วไปเข้าร่วมลงทุนในการซื้อขายทองคำโดยลักษณะเก็งกำไรและราคา ซึ่งจะให้ผลตอบแทนเกินอัตราตามที่กฎหมายกำหนด โดยการหลอกลวงนั้นเพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ และประชาชนทั่วไปหลงเข้าร่วมลงทุน
นอกจากนี้กลุ่มผู้กระทำผิดได้มีการจัดทำเว็บไซด์ มีการจัดประชุมแสดงภาพความสำเร็จ มีการขึ้นกล่าวจูงใจให้ผู้ร่วมลงทุนเชื่อมั่นและลงทุนแบบไม่ถอนทุนและผลตอบแทนระหว่างลงทุน จากนั้นกลุ่มผู้กระทำผิดได้หยุดจ่ายผลตอบแทนและให้เหตุผลกับผู้เสียหายว่าเป็นการขัดข้องของบริษัท ซึ่งการก่อตั้งบริษัทขึ้นมาเป็นการก่อตั้งโดยกลุ่มผู้กระทำผิดเองมาแต่ต้น อันเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่า กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการหลอกลวงประชาชนให้ร่วมลงทุนอันเข้าลักษณะของการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
อนึ่ง จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า มีจำนวนผู้เสียหายที่หลงเชื่อไม่ต่ำกว่า 1,000 คน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งนอกจากพื้นที่ในภาคใต้แล้ว ยังมีประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตกเป็นผู้เสียหายอีกจำนวนมาก ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะได้เร่งดำเนินการนำตัวผู้กระทำความผิดมาฟ้องลงโทษและทำการตรวจสอบ อายัดทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดต่อไป