ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม พ.ต.อ.ทวีรัชต์ ศรีธวัชพงศ์ รอง ผบก.น.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.มานพ น่วมลิวงศ์ รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.สุวิชชา จินดาคำ ผกก.สน.บางชัน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.บางชัน ได้ลงพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อหาพยานหลักฐานโดยตรวจสอบไล่ภาพจากกล้องวงจรปิดรอบที่เกิดเหตุ ขณะเดียวกันทางพนักงานสอบสวน สน.บางชัน ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) ให้มาดำเนินการตรวจสอบวิถีกระสุนรถคันเกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบถึงทิศทางที่มาของกระสุนดังกล่าว สำหรับตามหาต้นตอผู้ก่อเหตุยิงปืนดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจำลองเหตุการณ์หาวิถีกระสุนได้นำรถคันที่ถูกยิงจริงๆ มาจอดอยู่เลนที่สอง ห่างปากซอยสวนสยาม 6 ที่พบปลอกกระสุน และที่พยานระบุไปประมาณ 10 เมตร แล้วให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานที่มีความสูงเท่ากับเด็กหญิงที่ถูกยิงนั่งเบาะด้านซ้ายตอนหน้าซี่งเป็นตำแหน่งเดียวกัน แล้วให้วิถีกระสุนที่จำลองโดยแท่งเหล็ก เสียบทะลุผ่านกระจกเข้าไหล่ขวาพอดี โดยเบื้องต้นกระสุนเป็นลักษณะเจาะแนวขนานพื้นถนน พุ่งตรงเข้าหาตัวรถ ไม่ใด้หล่นจากที่สูง ส่วนปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพื่อนำไปตรวจหาดีเอ็นเอคนร้าย และประวัติของปืนที่ใช้ก่อเหตุ
พ.ต.อ มานพ เปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุ ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น 4 และสืบสวน สน.บางชัน ได้ลงพื้นที่ ตรวจหากล้องวงจรปิด พร้อมกันนั้นได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตรวจสอบร่องรอยวิถีกระสุน โดยนำรถคันเกิดเหตุมาจอดและจำลองเหตุการณ์ที่บรืเวณ ปากซอยสวนสยาม6 และหาวัตถุพยานเพิ่มเติม โดยทางเจ้าหน้าที่ได้พบวัตถุพยานคือปลอกกระสุนปืน ขนาด 9 มม. ตกอยู่บริเวณริมฟุตบาท หน้าปากซอย สวนสยาม 6 ขณะเดียวกันทางเจ้าหน้าที่ได้จำลองเหตุการณ์ โดยเอารถเกิดเหตุมาจอด จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้นำ เหล็กแยงวิถี มาแยงวิถีของแนวกระสุน ที่หน้ากระจกรถ และนำเจ้าหน้าตำรวจหญิงซึ่งมีส่วนสูง 160 ซม. เท่ากับเด็กที่ได้รับบาดเจ็บ เมื่อทำการแยงเหล็กก็พบว่า แนวกระสุนปืนไปโดนช่วงหัวไหล่ขวา ซึ่งเป็นลักษณะบาดแผลเด็กที่ถูกพอดี
ขณะที่ พ.ต.อ.ทวีรัชต์ ได้นำกำลังฝ่ายสืบสวน สน.บางชัน ลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดรอบที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบหาจุดคนร้ายยืนยิง ซึ่งต้องกลับไปรวบรวมพยานวัตถุ พยานบุคคล ก่อนที่จะสรุปได้ โดยยังไม่ได้ระบุสาเหตุว่าเป็นการยิงจากเหตุใดกันแน่ อาจจะประสงค์ต่อคนอยู่ในรถคันนี้ หรือเป็นเหตุวัยรุ่นทะเลาะกันแล้วกระสุนพลาดไปโดนคนในรถเก๋ง ซึ่งต้องรอสอบพยานเสียก่อน ส่วนอาการของ น.ส.อานัตตา หรือน้องวาว อายุ 16 ปี นั้น ล่าสุดอาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด
จากการสอบถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุพบเห็นกลุ่มคนร้ายประมาณ 5 คน ขับรถกระบะ 1 คัน รถเก๋ง 1 คัน จอดรถริมทางแล้วคนหนึ่งมายืนดักรอบริเวณปากซอยสวนสยาม 6 คนที่ยิงเป็นคนตัวโตคล้ายนักเล่นกล้าม สูงประมาณ 165-170 ซม. สังเกตมีรอยสักที่แขนซ้าย ลักษณะสูบบุหรี่แบบร้อนรน คล้ายมากับดักรอคู่อริ เมื่อคนร้ายเห็นกลุ่มเด็กแว้น ซึ่งคาดว่าคงเป็นคู่อริกัน ก็เดินลงไปบนถนนหน้าซอยสวนสยาม 6 แล้วชักปืนออกมายิงใส่กลุ่มเด็กแว้น 1 นัด แต่กระสุนกลับไปโดนรถเก๋งคนที่ขับมา หลังจากนั้นก็พากันแยกย้ายหลบหนีไป
ที่ห้องประชุม 2 ชั้น 2 อาคารอำนวยการ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี นายแพทย์อุทัย ตัณศลารักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี แถลงข่าวอาการของ น.ส.อานัตตา สงรัตน์ อายุ 16 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปริศนา ว่า อาการของ น.ส.อานัตตา ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว มีขวัญกำลังใจดี รอยแผลจะอยู่บริเวณเหนือไหปลาร้าด้านขวา และมีรอยลูกกระสุนฝังอยู่ด้านใต้สะบักด้านขวา โดยปกติแล้วกระสุนถ้าอยู่ในปอดหรือในเนื้อเยื่อก็ไม่ต้องผ่าตัดออกก็ได้ นอกจากจะมีกรณีที่จะต้องเอาออก ในส่วนของ น.ส.อานัตตา กระสุนฝังอยู่ใต้ผิวหนังไม่เป็นอันตราย กระสุนได้ผ่านเนื้อเยื่อปอดไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็จะโดนเนื้อเยื่อปอดทำให้มีเลือดออกในปอด
นายแพทย์อุทัย กล่าวอีกว่า ตอนนี้การรักษาได้ใส่ท่อระบายเลือดและลมออกจากปอด ถ้าอาการของผู้ป่วยแข็งแรงขึ้น ก็สามารถที่จะทำการผ่าตัดได้ โดยเป็นการผ่าตัดเล็ก เรื่องผ่าตัดหัวกระสุนไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะหัวกระสุนฝังอยู่ใต้ผิวหนัง อาการโดยทั่วไปของการระบายเลือด ลม ในปอด จะใช้เวลาประมาณ 1 สัปดาห์