วันที่ 29 ก.ย.ที่ท่าเทียบเรือโดยสารระว่างประเทศของเทศบาลเมืองมุกดาหาร พบหนุ่มใหญ่ชื่อ นายเหลื่อม ลาเบิกบาน อายุ 53 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 ม.3 ต.ศรีบุญเรือง อ.เมือง จ.มุกดาหาร กำลังรับจ้างแบกสินค้าอยู่บนท่าเรือลงเรือขนส่งสิงค้าระว่างประเทศ มุกดาหาร-สะหวันนะเขต สปป.ลาว แม้ท่าทางจะดูคล่องแคล่ว แต่พอมองไปที่ขาของเขากลับพบว่ามีขาเพียงแค่ขาขวาข้างเดียว แต่สู้ชีวิตไม่ย่อท้อมาเป็นกรรมกรรับจ้างแบกหามสิ่งของขึ้นลงเรือ ขนส่งสิงค้าข้ามฝาก
แม้จะพิการแต่ไม่ได้สนใจความบกพร่องของตนเอง โดยมารับจ้างแบกหามเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว โดยมีหลานที่ต้องเลี้ยงดูถึง 6 คนอีกทั้งภรรยาได้หนีไปแล้ว ทำให้ต้องแบกรับภาระเพียงลำพังในตอนแรกที่เขาออกหางานทำไม่มีใครสนใจจ้างแบกสิ่งของ เพราะบรรดาผู้ประกอบการค้าส่ง-ออกจะมีกรรมกรรับจ้างแบกหามขาประจำอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ท้อแท้ถึงจะไม่มีคนจ้างก็อยู่ช่วยยกของขึ้นบ่าให้บรรดากรรมกรแบกลงเรือแสดงน้ำใจกับบรรดากรรมกรทุกคน ทำให้คนเหล่านี้เห็นใจ จึงร่วมกันแบ่งสิ่งของให้นายเหลื่อม แบกโดยคิดเป็นชิ้นๆ ตั้งแต่แต่ชิ้นละ 20 บาทไปจนถึง 50 บาท ทำให้พอมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว
นายเหลื่อมเล่าว่า หลังเกิดอุบัติเหตุถูกผู้หญิงขับรถเก๋งชนได้รับบาดเ้จ็บสาหัสจนต้องเสียขาซ้ายไปและต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมุกดาหารนานกว่า 1 เดือนกว่าแพทย์จะอนุญาตให้กลับไปพักรักษาตัวที่บ้านโดยทางโรงพยาบาลได้บริจาคขาเทียมเพื่อทดแทนขาที่เสียไป แต่เมื่อกลับบ้านก็พบว่าภรรยาได้หนีออกจากบ้านไป จึงไม่มีที่พึ่งต้องออกหาเงินมาประทังชีวิตตนเองและครอบครัวที่มีหลานหลายคนต้องออกไปเป็นกรรมกรรับจ้างแบกหามดังกล่าว
นายเหลื่อม เล่าต่อว่าหลังมีเจ้าของธุรกิจส่งออกใจดีได้มาว่าจ้างให้แบกของประจำแต่ขาเทียมที่ทางโรงพยาบาลให้มาไม่แข็งแรงพอจะแบกสิ่งของที่มีน้ำหนักมากๆ ทำให้ขาเทียมมีอาการพับงอจนเคยตกบันไดมาแล้วจึงคิดหาวิธีทำอย่างไรให้ขาเทียมมีความแข็งแรง ก็ได้ไปชื้อเหล็กเส้นอย่างหนามาออกแบบเองแล้วมาทดลองแบกของหนัก ผลจากการใช้งานจัดอยู่ในระดับที่น่าพอใจ มีน้ำหนักเบา มีความแข็งแรงพอที่รับแรงกดจากน้ำหนักเวลาแบกของได้ผลเป็นที่พอใจ ซึ่งหลังจากได้ขาใหม่มาแบกของได้มากขึ้นทำให้รายได้เพิ่มขึ้นจากเคยได้วันละ 300-400 บาท ก็ได้รายได้เพิ่มเป็นวันละ 600-700 บาท เป็นรายได้ที่ดูแลลูกหลานทั้ง 6 คนพอมีอยู่มีกินต่อไปได้