กรมอุทยานฯลงพื้นที่อ่างทอง จับผู้ค้าสัตว์ป่าคุ้มครอง-ซากสัตว์ป่า

อ่างทอง - ชุดปฏิบัติการด้านสัตว์ป่าสระบุรี สนธิกำลังตำรวจอ่างทอง บุกค้นบริษัทรับเหมา ลักลอบเลี้ยงสัตว์ป่า ตะลึงซากสัตว์ป่าเพียบ
ข่าว
วันที่ 23 กันยายน 2558 นายเบ็งจะ ตรีสาร หัวหน้าชุดปฏิบัติการด้านสัตว์ป่า ส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ชุดกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้บุกเจ้าตรวจค้นยังบ้านเลขที่ 60 หมู่ที่ 1 ต.อ่างแก้ว อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง หลังสืบทราบว่า ที่บ้านดังกล่าว ได้มีการนำซากสัตว์ป่าสงวนสัตว์ป่าคุ้มครอง และมีสัตว์ป่าคุ้มครองเก็บไว้ภายในบ้าน และมีการลักลอบเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครองอีกหลายชนิด
จากการเข้าตรวจค้นในบ้านดังกล่าว พบว่า บ้านดังกล่าวมีพื้นที่กว้างขวาง ปิดประตูและมีรั้วรอบขอบชิด บริเวณบ้านมีต้นไม้ขึ้นหนาทึบเป็นจำนวนมาก ภายในบ้านพบนายพรชัย แซ่เฮ็ง อายุ 45 ปี ยืนอยู่ จึงแสดงตัวเข้าตรวจค้น โดยสอบถามทราบว่า นายพรชัย เป็นผู้ดูแลบ้านหลังนี้ จึงให้นายพรชัยพาเข้าตรวจค้น
จากการตรวจค้น พบสัตว์ป่าคุ้มครองจำนวน 4 ชนิด อยู่ในกรงข้างบ้าน และรอบบริเวณบ้าน ได้แก่ หมีขอ จำนวน 2 ตัว, นกกก 1 ตัว, เหยี่ยว 7 ตัว นกเหงือก 3 ตัว และยังพบซากสัตว์ป่าคุ้มครองและซากของสัตว์ป่าสงวน อีกจำนวน 18 รายการ ได้แก่ เขากระทิง 4 หัว,เขาวัวแดง 1 หัว,เขากวาง 8 หัว,เขาละมั่ง 1 หัว,เขาเลียงผา 2 หัว,เขาเก้ง 4 หัว ,ซากตัวนิ่ม 1 ตัว และปืนยาวขนาด จุด 22 ติดลำกล้อง 3 กระบอก และอาวุธมีดทำจากเขากวางอีก 3 เล่ม ซุกอยู่ในบ้าน จึงทำการยึดเป็นของกลางนำกลับมายัง สภ.โพธิ์ทอง ซึ่งจากของกลางทั้งหมดนั้น มีมูลค่ากว่า 200,000 บาท
จากการสอบถาม นายพรชัย กล่าวว่า บ้านหลังนี้ เป็นของนายจ้าง ซึ่งเป็นผู้รับเหมางานก่อสร้าง แต่อยู่ที่ต่างจังหวัด ตนนั้นได้รับการว่าจ้างให้มาดูแลที่นี่ โดยอาศัยอยู่ที่บ้านหลังนี้เลย ทำหน้าที่คอยให้อาหารสัตว์ และทำความสะอาดกรงสัตว์เท่านั้น
ด้านนายเบ็งจะ กล่าวว่า ตนได้สืบทราบและได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าที่บ้านหลังดังกล่าวนี้ลักลอบเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครอง ซึ่งหลังสืบทราบก็ได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์ทอง ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ โดยได้นำกำลังเข้าตรวจค้นก็พบว่า บ้านหลังนี้เลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครองจริง นอกจากนั้นยังพบซากสัตว์ป่าคุ้มครองและสัตว์ป่าสงวนอีกเป็นจำนวนมาก จึงได้ทำการยึดทั้งหมดไว้เป็นของกลาง และนำเก็บรักษายังส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่าที่สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1
จากนั้น จะได้ทำการสอบสวนนายพรชัยอย่างละเอียด และเรียกเจ้าของบ้านมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดี ในข้อหามีสัตว์ป่าคุ้มครอง ซากสัตว์ป่าคุ้มครองและซากสัตว์ป่าสงวนไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ส่วนสัตว์ที่ยึดได้นั้นจะนำส่งไปตรวจโรคที่ศูนย์ช่วยเหลือภาคกลางจังหวัดนครนายก ก่อนนำตัวกลับไปดูแลที่กรมอุทยานแห่งชาติต่อไป