อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร นายวราวุธ ขันติยานันท์ สั่งเพิ่มฐานปฏิบัติการฝนหลวงหน่วยที่ 10 ที่จังหวัดตาก เพื่อเพิ่มระดับน้ำในเขื่อนภูมิพลที่น้ำใช้การอยู่เพียง 8% ซึ่งน้อยกว่าเขื่อนอื่นๆ มากที่สุด และการตั้งฐานปฏิบัติการฝนหลวงที่จังหวัดตากจะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถโจมตีก้อนเมฆ ได้เร็วและทันการ เนื่องจากเดิมทีการทำฝนหลวงบริเวณเขื่อนภูมิพล ต้องอาศัยเครื่องบินจากฐานปฏิบัติการฝนหลวงของจังหวัดเชียงใหม่ หรือพิษณุโลกซึ่งอาจล่าช้าไปนายวราวุธ ระบุว่าร่องความกดอากาศ หรือร่องฝนที่พาดผ่านภาคเหนือ กำลังจะพัดลงไปยังภาคใต้ในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งต้องอาศัยช่วงนี้ในการดึงฝนให้ตกเหนือเขื่อนทั้งนี้ ให้เตรียมความพร้อมเจ้าหน้าที่ และเพิ่มจำนวนเที่ยวบินขึ้นบินทำฝนหลวงทันทีเมื่อสภาพอากาศมีความเหมาะสม
โดยประเมินว่าภาคใต้ตอนบนและตอนล่างไม่น่าเป็นห่วงในเรื่องภัยแล้ง เช่นเดียวกับภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่มีมรสุมลงมาช่วยเติมน้ำในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ภาคตะวันตก เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิวราลงกรณ์ มีปริมาณน้ำปกติ ทำให้ภาคเหนือ และภาคกลาง ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา จึงมีความน่าเป็นห่วงที่สุด
นายวราวุธ ได้ขอความร่วมมือเกษตรกรทั่วประเทศให้ช่วยกันเก็บกักและสำรองน้ำฝนไว้ให้ได้มากที่สุดก่อนเข้าสู่ฤดูหนาว เพื่อจะได้มีน้ำใช้เพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค ทั้งยังควรปรับระบบปลูกพืชหลังนาหรือพืชฤดูแล้ง โดยเน้นปลูกพืชใช้น้ำน้อยและอายุเก็บเกี่ยวสั้น และควรใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อให้สามารถผ่านพ้นช่วงวิกฤติไปได้