ดีเอสไอจ่อสอบ"พานทองแท้" คดีฟอกเงิน

ดีเอสไอ ลุยสอบคดีฟอกเงินแบงก์กรุงไทยปล่อยกู้ จ่อเรียก พานทองแท้-พ่อศิธา-เลขาฯหญิงอ้อและสามี สอบปากคำ หลัง ธปท.พบเส้นทางโอนเงินกู้กรุงไทย
ข่าว
พ.ต.ท.สมบูรณ์ สาระสิทธิ์ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 3 เปิดเผยว่า ได้เรียกประชุมชุดพนักงานสอบสวนเพื่อกำหนดแนวทางการสอบสวนขยายผลคดีฟอกเงินสืบเนื่องจากคำพิพากษาคดีทุจริตธนาคารกรุงไทยปล่อยกู้ให้กับบริษัทกฤษดามหานคร ซึ่งในสำนวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวนชุดเดิม มีการสอบปากคำพยานไปแล้ว 148 ปาก และอยู่ในขั้นตอนเตรียมจะมีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ต้องหา 4-6 ราย แต่จากการตรวจสอบรายละเอียดคำพิพากษาศาลได้ระบุถึงยอดเงินที่กระจายออกจากธนาคารกรุงไทยเป็น 3 ก้อน คือ 500 ล้านบาท 9,900 ล้านบาท และหุ้นบุริมสิทธิ์ ดังนั้น พนักงานสอบสวนชุดใหม่ จึงต้องเรียกสอบผู้ที่มีชื่อรับเงินทุกรายว่ามีมูลหนี้ต่อกันหรือไม่
พ.ต.ท.สมบูรณ์ กล่าวอีกว่า ล่าสุดดีเอสไอได้ประสานกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) พบว่าธปท.ได้ตรวจสอบและวิเคราะห์เส้นทางการเงินจากการปล่อยกู้เกือบทั้งหมดแล้ว จึงมีข้อมูลค่อนข้างครบถ้วนว่าเงินดังกล่าวถูกโอนไปที่บุคคลใดบ้าง ดังนั้นในสัปดาห์นี้ตนจะไปรับข้อมูลจากธปท.เพื่อนำมาตรวจสอบเปรียบเทียบกับสำนวนการสอบสวนชุดเดิมว่ามีการสอบปากคำพยานครบทุกปากตามเส้นทางการเงินที่ธปท.ตรวจพบหรือไม่ หากสอบปากคำแล้วมีประเด็นครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ครบถ้วนจะต้องสอบสวนเพิ่มเติม และหากรายใดยังไม่มีการสอบสวนจะต้องเรียกเข้าสอบปากคำเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงถึงสาเหตุของการรับเงินจากกฤษดามหานครว่าเป็นการรับ-จ่ายเพื่อชำระมูลหนี้ใด
ทั้งนี้ จะเรียกประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีทุกสัปดาห์ และจะเชิญพนักงานอัยการ เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) และผู้แทนธปท.ร่วมเป็นที่ปรึกษาคดี ส่วนเรื่องอายุความในคดีดังกล่าว มั่นใจว่าสามารถแจ้งข้อกล่าวหาผู้เกี่ยวข้องภายในกำหนดอายุความ 15 ปี โดยมูลเหตุในคดีนี้เกิดในช่วงปี 2546-2547 จึงยังเหลืออายุความจนถึงปี 2561
รายงานข่าว ระบุสำหรับบุคคลที่อยู่ในข่ายต้องถูกเรียกเข้าสอบปากคำในคดีฟอกเงิน ประกอบด้วย นายพานทองแท้ ชินวัตร , นายมานพ ทิวารี บิดา น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขาส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร และนายวันชัย หงษ์เหิน สามีนางกาญจนาภา หงษ์เหิน
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินเบื้องต้นมีข้อมูลว่านายวิชัย กฤษดาธานนท์ เจ้าของโครงการหมู่บ้านกฤษดามหานคร ได้ลงชื่อสั่งจ่ายแคชเชียร์เช็คจำนวน 26 ล้านบาท เข้าชื่อบัญชีนายพานทองแท้โดยตรง แต่ในช่วงเย็นวันเดียวกันกลับมีการยกเลิกแคชเชียร์เช็คดังกล่าว นอกจากนี้ยังเส้นทางการเงินว่ามีการโอนเงินจากกลุ่มกฤษดามหานครไปซื้อหุ้นบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด โดยใส่ชื่อเจ้าของหุ้นเป็นพนักงานของบริษัทฮาวคัม ซึ่งบริษัทดังกล่าวมีนายพานทองแท้เป็นเจ้าของ