โดยปฏิบัติการครั้งนี้ตำรวจไทยได้ประสานขอความร่วมมือตำรวจสันติบาลมาเลเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้มีการควบคุมผู้ต้องสงสัยชาวปากีสถาน 1 คน และมาเลเซีย 2 คน อยู่ในเครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์มาสอบสวน ซึ่งการสอบสวนตำรวจสันติบาลมาเลเซียได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยทราบว่ามีบุคคลของทางการมาเลเซียเข้าไปส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์
อย่างไรก็ตาม การควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยขบวนการค้ามนุษย์ในประเทศมาเลเซียที่ให้ความช่วยเหลือชายเสื้อเหลืองและชายเสื้อฟ้า เครือข่ายขบวนการค้ามนุษย์ในประเทศไทยได้ส่งชายเสื้อเหลืองและชายเสื้อฟ้าบริเวณริมรั้วห่างจาก สภ.มูโน๊ะ ประมาณ 2 กิโลเมตร จากนั้นจะนำขึ้นเรือข้ามแม่น้ำโกลกบริเวณซอยโรงเลื่อย โดยมีนายอาปิ และนายปะเดะ ชาวมาเลเซีย รอรับที่ฝั่งเมืองบูกิตบินตัง ประเทศมาเลเซีย จากนั้นมีนายเซอลิน ชาวมาเลเซีย รับช่วงต่อนำพาไปยังเมืองกัวลาลัมเปอร์ ทำให้ตำรวจสันติบาลเริ่มปฏิบัติการตรวจค้น กระทั่งสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยตามตำหนิรูปพรรณของชายเสื้อเหลืองตามหมายจับ โดยนำตัวมาสอบสวนเพื่อขยายผลหาชายเสื้อฟ้า และผู้ให้การสนับสนุนเพิ่มเติม
มีรายงานด้วยว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ตำรวจสันติบาลมาเลเซียพยายามให้ความช่วยเหลือตำรวจไทยอย่างเต็มที่ หลังจากได้รับการประสาน อีกทั้งยังได้รับเบาะแสให้เฝ้าระวังหลังจากบุคคลที่อ้างชื่อตัวเองว่า นายอับดุล (ขอสงวนนามสกุล) โทรศัพท์ไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยข่มขู่ว่าจะก่อเหตุใช้ความรุนแรงกับสถานทูต
นอกจากนี้รายงานจากชุดสืบสวนสอบสวนรวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงของไทย ระบุว่า ตำรวจสันติบาลได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้จริงแล้วบันทึกภาพของผู้ต้องสงสัยส่งมาให้กับชุดสืบสวนสอบสวน และหน่วยงานด้านความมั่นคงพิจารณามีลักษณะตรงกับชายเสื้อเหลืองที่ก่อเหตุบริเวณแยกราชประสงค์ โดยตอนนี้อยู่ในขั้นตอนนำรูปถ่ายส่งให้นายยูซูฟู ดูตามขั้นตอนการสอบสวน หากนายยูซูฟู ให้ความร่วมมือในการสอบสวนแล้วให้การยืนยัน ก็จะดำเนินการขอตัวผู้ต้องสงสัยคนนี้ในฐานะคนร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยต่อไป