ส่วนการที่ส่งพล.ต.อ. จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผบ.ตร. พร้อมคณะ ไปที่มาเลเซียนั้น ยืนยันว่าเป็นการไปหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับผู้ต้องสงสัย 3 รายที่อยู่ในการควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่มาเลเซียเท่านั้น ไม่ได้เป็นการเดินทางไปขอตัวผู้ต้องสงสัยมาดำเนินการแต่อย่างใด เนื่องจากเบื้องต้น ทางเราเองยังไม่ทราบว่าการควบคุมตัวในครั้งนี้มาจากสาเหตุใด อีกทั้งก็ยังไม่ทราบว่าทั้ง 3 รายมีส่วนเกี่ยวข้องกับการวางระเบิดหรือไม่
นอกจากนี้ กรณีที่พล.ต.อ.ชัจจ์ กุลดิลก อดีตรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแฉพฤติกรรมการทุจริตสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อสร้างอำนาจต่อรองในการโยกย้ายให้เด็กในสังกัดสามารถลงแทนตำแหน่งได้นั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวสั้นๆว่า ไม่ได้สนใจในเรื่องนี้ ส่วนการอนุมัติจัดซื้อจัดหาเครื่องมือตรวจสอบใบหน้านั้น ในส่วนนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เป็นผู้ดูแลด้วยตนเอง ซึ่งได้ให้ พล.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะเข้ามาดูแลต่อ โดยยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตน ซึ่งอาจจะเป็นการเข้าใจผิดได้
ขณะที่ข้อมูลที่สถานทูตบังคลาเทศให้กับพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่านายอาบูดูซาตาร์ อบูดูเระห์มาน หรืออิซาน 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับเดินทางไปยังตุรกี และทางตุรกีได้ออกมาปฏิเสธว่านายอิซานไม่ได้อยู่ในตุรกีนั้น พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการติดตามตัวคนร้ายว่าหลบหนีไปยังประเทศใด ซึ่งหากพบหลักฐานที่ยืนยันชัดเจนก็จำเป็นที่จะต้องประสานไปยังประเทศนั้นๆ แต่ทั่วไปแล้ว คนร้ายก็อาจจะไม่ได้กรอกสิ่งที่เป็นจริงในการเดินทาง หรือใช้ช่องทางอื่น ที่อาจจะทำให้ทางเจ้าหน้าที่ตุรกีไม่สามารถตรวจสอบได้ก็เป็นได้