นายชูชาติ กันภัย ทนายความของนายอาเด็ม คาราดัก หรือชื่อจริงคือ นายบิลาเติร์ก มูหัมหมัด ผู้ต้องหาคดีลอบวางระเบิดที่แยกราชประสงค์และท่าเรือสาทร ได้เข้าเยี่ยมลูกความภายในเรือนจำชั่วคราว หลังจากเมื่อวานนี้ ไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ เนื่องจากนายอาเด็ม ต้องตรวจร่างกายเพื่อเตรียมย้ายจากเรือนจำพิเศษมีนบุรี มาที่เรือนจำชั่วคราวแห่งนี้ ทำให้ทนายความต้องเปลี่ยนมาเข้าเยี่ยมเป็นวันนี้แทน
นายชูชาติ กล่าวว่า ประเด็นที่จะสอบถามนายอาเด็ม ในวันนี้คือ ความเป็นอยู่ของนายอาเด็มที่ประเทศตุรกี ซึ่งเบื้องต้นทราบว่า มีฐานะยากจน และจะประสานเรื่องการติดต่อญาติ และครอบครัวของนายอาเด็ม ซึ่งอยู่ที่อีสตันบูล ประเทศตุรกี เรื่องที่นายอาเด็ม ถูกจับกุมด้วย ทั้งนี้นายอาเด็ม ไม่ได้มีท่าทางเครียดใดๆ เพราะเจ้าหน้าที่ทหารดูแลเป็นอย่างดี ระหว่างการควบคุมตัว จะเป็นห่วงก็เฉพาะเรื่องอาหาร เนื่องจากนายอาเด็ม เป็นอิสลามที่เคร่งครัดมาก
นายชูชาติ กล่าวอีกว่า จากการพูดคุยกับ นายอาเด็ม หรือชื่อจริงคือบินลาเติร์ก ยอมรับว่า เป็นชาวตุรกีฐานะยากจน ที่ทำพาสปอร์ตปลอมในชื่อของอาเด็ม ผ่านชายชื่อ อับดุลเลาะ อับดุลลามาน ซึ่งเป็นนายหน้าค้าแรงงานในเวียดนาม โดยเข้ามาในประเทศไทย เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2558 หรือหลังเกิดเหตุระเบิดแล้ว
โดยนายอับดุลเลาะให้นายอาเด็ม พักอยู่ที่ พูลอนันต์อพาร์ทเม้น ย่านหนองจอก ระหว่างรอหางานที่ประเทศมาเลเซีย และจัดหาอาหารใส่ตู้เย็นไว้ให้ พร้อมขู่ไม่ให้ออกจากห้อง เพราะเป็นบุคคลต่างด้าว จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2558 กลับถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัว และกล่าวหาว่าเชื่อมโยงเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ โดยนายอาเด็มยอมรับผิดข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย และใช้พาสปอร์ตปลอม
แต่ปฏิเสธไม่รู้เห็นกับสารประกอบระเบิดที่พบในห้องแต่อย่างใด ซึ่งจากการพูดคุยกับนายอาเด็ม คาดว่า สารประกอบวัตถุระเบิดที่เจ้าหน้าที่นำใส่ถุงพลาสติกมาแถลงข่าว อาจเป็นสิ่งที่พบในห้องอื่น ไม่ได้อยู่ในห้องนายอาเด็มแต่แรก และข่าวที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ น่าจะเป็นเรื่องการสื่อสารผิดพลาด
ต่อมาเมื่อเวลา 13.00 น. หลังจากที่นายชูชาติ ทนายความเข้าเยี่ยมนายอาเด็ม นานกว่า 5 ชั่วโมง กล่าวว่า จากการสอบถามข้อมูลความเป็นอยู่ของนายอาเด็ม ที่ประเทศตุรกี ทำให้ทราบว่า เดิมทีนายอาเด็มเป็นชาวอุยกูร์ เกิดที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีน ติดกับยุโรป แต่หลังจากบิดาเสียชีวิต ครอบครัวจึงอพยพไปอยู่ที่ตุรกีเมื่อปี 2547 จนตนเองและพี่น้องได้สัญชาติตุรกีแล้ว แต่เนื่องจากเป็นชนกลุ่มน้อย และครอบครัวฐานะยากจน จึงตัดสินใจเดินทางเพื่อไปหางานทำในประเทศมาเลเซีย จึงได้ติดต่อให้ นายอับดุลเลาะ อับดุลลามาน ซึ่งเป็นนายหน้าค้าแรงงานในเวียดนาม ทำพาสปอร์ตปลอมให้ในชื่ออาเด็ม และเดินทางเข้าเมืองไทยโดยผิดกฏหมาย เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2558 หรือหลังเกิดเหตุระเบิดแล้ว
โดยนายอับดุลเลาะ ได้ให้ตนเองไปอยู่ที่ ห้อง 412 พูลอนันต์อพาร์ทเม้น ย่านหนองจอก ระหว่างรอหางานที่ประเทศมาเลเซีย และจัดหาอาหารใส่ตู้เย็นไว้ให้ พร้อมขู่ไม่ให้ออกจากห้อง เพราะเป็นบุคคลต่างด้าว ส่วนตัวนายอับดุลเลาะได้พักอยู่ที่ห้อง 414 และยึดพาสปอร์ตปลอมไว้
จนกระทั่งวันที่ 24 สิงหาคม นายอับดุลเลาะจึงยอมให้พาสปอร์ตก่อนจะออกจากอพาร์ตเม้นท์ไป และไม่กลับมาอีกเลย จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2558 ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวและกล่าวหาว่าเชื่อมโยงเหตุระเบิดที่ราชประสงค์ โดยนายอาเด็มยอมรับผิดข้อหาเข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย และใช้พาสปอร์ตปลอม
แต่ปฏิเสธไม่รู้เห็นกับสารประกอบระเบิดที่พบในห้องแต่อย่างใด และอ้างว่าสิ่งของในห้องที่เป็นของนายอาเด็มมีเพียงเสื้อผ้าที่เตรียมซักเท่านั้น ชุดเสื้อผ้าที่ใส่ในวันที่ถูกจับก็เป็นเสื้อผ้าที่มีอยู่ในห้องแต่เดิมอยู่แล้ว รวมถึงกรรไกร ไขควง และไฟแช็คในห้อง นายอาเด็ม ก็เคยหยิบมาใช้ แต่นายอาเด็ม อ้างว่าไม่เคยเห็นท่อเหล็กและสารเคมีประกอบระเบิดใดๆในห้องมาก่อน จึงอาจเป็นสิ่งที่พบในห้องอื่น
นายชูชาติ กล่าวด้วยว่า นายอาเด็ม อ้างว่าไม่เคยรู้จักนายไมไรลี ยูซุฟู หรือผู้ต้องหาคนอื่นๆ ที่ถูกออกหมายจับมาก่อน ยกเว้นนายอับดุลเลาะห์ ที่ทำพาสปอร์ตปลอมให้เท่านั้น ส่วนข่าวที่นำเสนอไปก่อนหน้านี้ น่าจะเป็นเรื่องการสื่อสารผิดพลาด เนื่องจากนายอาเด็ม กำลังสับสนและหวาดกลัวว่า จะถูกส่งกลับไปประเทศจีนเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม หลังจากนายอาเด็ม ถูกย้ายมาคุมขังที่เรือนจำชั่วคราว แขวงนครไชยศรี ก็ไม่มีอาการตึงเครียด
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า นายชูชาติ มาเป็นทนายให้นายอาเด็มได้อย่างไร นายชูชาติ กล่าวว่า ได้รับการประสานจากล่ามของสถานฑูตตุรกี ซึ่งไม่ใช่ล่ามในคดีของนายอาเด็ม ให้มาช่วยดูแล นายชูชาติ จึงได้ไปที่เรือนจำพิเศษมีนบุรี และให้นายอาเด็ม เซ็นแต่งตั้งตนเองเป็นทนายให้ ซึ่งนายอาเด็ม ก็ยินดีและไว้ใจตนเองเป็นอย่างมาก
พร้อมร้องขอให้ตนเองติดต่อกลับไปยังพี่ชายของนายอาเด็ม ที่อีสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อแจ้งให้ทราบว่า นายอาเด็ม ถูกจับกุมอยู่ที่ประเทศไทยด้วย ดังนั้น นายชูชาติ จะทำเรื่องไปยังสถานฑูตตุรกีเรื่องสัญชาตินายอาเด็ม และติดต่อครอบครัวของนายอาเด็ม ต่อไป