เมื่อเวลา 11.00น. วันนี้ (11 ก.ย.) ที่โรงเรียนสิ่นหมิน อ.เมือง จ.พิษณุโลก นายวาณิช ศิริเจริญพันธุ์ ผู้ได้รับใบอนุญาติโรงเรียนสิ่นหมิน นายฐิติ วิศวชัยวัฒน์ ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 พร้อมด้วยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดพิษณุโลก และคณะครูนักเรียนโรงเรียนสิ่นหมิน จัดพิธีต้อนรับคณะแรลลี่จากประเทศไทย CHINA-ASEAN INTERNATIONAL TOURING ASSEMBLY(Guangxi Rally) หรือ กวางสี แรลลี่ ที่เดินทางโดยรถยนต์เป็นขบวนแรลลี่จากเมืองหนานหนิง มณฑลกวางสี ประเทศจีนผ่านเส้นทางประเทศเวียดนาม-ลาว-ไทย-มาเลเซีย-สิงคโปร์-อินโดนีเซีย-กัมพูชา-กวางสี ระหว่างวันที่ 7-29 กันยายน2558
คณะแรลลี่จากมณฑลกวางสี นำโดยนายเฉิน ลี่ จี หัวหน้าฝ่ายดูแลกีฬามณฑลกวางสี เป็นหัวหน้าคณะ นำข้าราช นักธุรกิจ คณะสื่อมวลชนจากมณฑลกวางสี ประเทศจีน เดินทางโดยรถยนต์จากเมืองหนานหนิงเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2558 ด้วยรถยนต์ จำนวน 30 คัน มีผู้ร่วมเดินทางทั้งหมด 80 คน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางด้านการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และเปิดโอกาสทางการค้าการลงทุนร่วมกับระหว่างประเทศจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียน
โดยวานนี้ (10 ก.ย.58) ได้เดินทางมาถึงจ.พิษณุโลก เป็นครั้งแรก สำหรับการเดินทางโดยรถยนต์ผ่านเส้นทางนี้ และได้แวะที่อนุสาวรีย์พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก จากนั้นได้แวะเข้าท่องเที่ยวพระราชวังจันทน์ ภาคค่ำคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนจังหวัดพิษณุโลกได้จัดงานเลี้ยงต้อนรับที่โรงแรมท็อปแลนด์
ซึ่งในเช้าวันนี้ ได้เข้าเที่ยวชมวัดใหญ่ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมืองพิษณุโลก มหาวิทยาลัยนเรศวร และเยี่ยมชมโรงเรียนสิ่นหมิน โรงเรียนที่ก่อตั้งและบริหารจัดการเรียนการสอนโดยชาวพิษณุโลกเชื้อสายจีนที่มีอายุร่วม93ปี ซึ่งคณะครูและนักเรียน ได้ตั้งแถวโบกธงชาติ ไทย-จีน พร้อมมอบดอกไม้ให้การต้อนรับ โดยมีกำหนดเดินทางไปท่องเที่ยวจังหวัดสุโขทัยเป็นลำดับต่อไปนายฐิติ วิศวชัยวัฒน์ ประธานกรรมการคณะกรรมการร่วมภาคเอกชนกลุ่มจังหวัดภาคเหนือล่าง1เปิดเผยว่า การเดินทางมายังจังหวัดพิษณุโลกโดยคณะแรลลี่จากมณฑลกวางสีครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงการเปิดเส้นทางกระชับความสัมพันธ์การท่องเที่ยวระหว่างประเทศจีน ไทย และกลุ่มประเทศอาเซียน คณะกรรมการร่วมภาคเอกชนของจังหวัดพิษณุโลกได้เล็งเห็นความสำคัญของการเปิดประตูเชื่อมโยงการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน เชื่อมโยงกลุ่มประเทศอาเซียนมาอย่างต่อเนื่องบนเส้นทางภู่ดู-สี่แยกอินโดจีน-เมาะลำไย นับเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่ได้เริ่มมิตรภาพที่ดีกับคณะผู้เดินทางทางจากมณฑลกวางสี ที่เฉพาะที่มณฑลกวางสีมีนักศึกษาจีนร่วม4,000คน ได้เข้าเรียนศึกษาภาษาไทย ขณะที่ประเทศไทยเองโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยนเรศวร จ.พิษณุโลก ก็มีนักศึกษาจากจีนมาศึกษาจำนวนหนึ่ง เป็นการเตรียมความพร้อมในการเปิดเส้นทางการท่องเที่ยว การค้า การลงทุน ระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียนต่อไป