พายุเอตาว ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างที่เกาะฮอนชู และบริเวณที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือ แถบคันโตะ ซึ่งรวมทั้งกรุงโตเกียวและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนี้ ยังพบว่า แม่น้ำหลายสายเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือน ทำให้เทศบาลต่างๆ ในกรุงโตเกียว, จังหวัดโทชิงิ อิบารากิ คานางาวะ และไซตามะ ต้องสั่งอพยพประชาชนเป็นจำนวนรวมกันกว่า 650,000 คน และมีรายงานผู้บาดเจ็บ 17 คนและผู้สูญหาย 7 คน
พายุโซนร้อน เอตาว พัดขึ้นฝั่งที่จังหวัดไอจิตั้งแต่เช้าวันพุธด้วยความเร็วลม 125 กม./ชม. ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำในคืนวันเดียวกันขณะเคลื่อนตัวผ่านทะเลญี่ปุ่น แต่อิทธิพลของพายุยังคงทำให้มีฝนตก โดยบางพื้นที่มีปริมาณฝนตกมากที่สุดในเกือบ 50 ปี
สถานีโทรทัศน์เผยให้เห็นภาพความรุนแรงของน้ำท่วมในเมืองโจโซ จังหวัดอิบารากิซึ่งถูกน้ำที่ขุ่นด้วยดินโคลนจากแม่น้ำคินุงาวะไหลทะลักเข้าท่วมเมืองที่มีประชากรเกือบ 65,000 คน กระแสน้ำที่เชี่ยวกรากซัดบ้านเรือนหลังหนึ่งและรถยนต์หลายคันลอยไปตามลำน้ำ ทางการต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ในการอพยพผู้ประสบภัยที่รอคอยความช่วยเหลืออยู่บนหลังคาหรือชั้นสองของบ้านที่ถูกน้ำท่วมสูง เมืองนี้อยู่ห่างจากโตเกียวเพียงเกือบ 60 กม.
สำนักงานอุตุนิยมวิทยาเตือนให้ประชาชนในเมืองโจโซระวังดินถล่มและน้ำท่วม และประกาศเตือนแบบเดียวกันในจังหวัดโทชิงิ ที่เผชิญฝนตกหนักกว่า 500 มิลลิเมตรภายในเวลาเพียง 24 ชม. ซึ่งมากกว่าปริมาณฝนตกปกติของทั้งเดือนก.ย.เกือบสองเท่าและมีรายงานดินถล่มถึง 17 จุดในจังหวัดนี้ ซึ่งหน่วยกู้ภัยในเมืองคานุมะกำลังเร่งตามหาผู้สูญหายคนหนึ่งจากดินถล่ม
ขณะที่นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ประกาศรัฐบาลกำลังพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อบรรเทาภัยพิบัติครั้งนี้ โดยให้ความสำคัญกับการรักษาชีวิตเป็นอันดับแรก