ศาลออสเตรเลียตัดสินชาวไทยผิดข้อหาฆาตกรรม

คณะลูกขุนออสเตรเลีย ตัดสินใจให้ชายไทย 2 คน มีความผิดในข้อหาฆาตกรรมชายชาวออสเตรเลีย และคาดว่าจะถูกตัดสินโทษในเดือนพฤศจิกายน
ข่าว
บรรยากาศในศาลเต็มไปด้วยความยินดี เมื่อนายสารัต สีหวีระชาติ อดีตนักเรียนไทยในออสเตรเลียและนายธติยะ เทิดภูธรรม ถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฆาตกรรม ซึ่งครอบครัวของนายมิทเชลส์ได้กล่าวขอบคุณตำรวจออสเตรเลีย, ตำรวจไทย, คณะอัยการและทุกคนที่เกี่ยวข้อง
นายสารัตและธติยะ ใช้เวลา 6 ปีที่ผ่านมาหลีกเลี่ยงการถูกนำตัวขึ้นศาล โดยหลังจากไม่กี่ชั่วโมงหลังก่อเหตุ พวกเขาได้หลบหนีออกจากออสเตรเลียกลับมายังประเทศไทยและพยายามยื่นอุทธรณ์ไม่ให้ถูกส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ออสเตรเลีย หลังจากศาลออสเตรเลียออกหมายจับพวกเขาและประสานมายังสำนักงานอัยการสูงสุดของไทยให้ออกหมายจับ แต่ที่สุดก็ถูกจับกุมได้และกระทรวงต่างประเทศได้ทำหนังสือแจ้งสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เพื่อส่งตัวทั้งสองในฐานะเป็นผู้ร้ายข้ามแดนและแม้ไทยกับออสเตรเลีย จะไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ออสเตรเลียเคยเป็นอาณาบริเวณของประเทศอังกฤษจึงยกประกาศสัญญาว่าด้วยการส่งผู้ร้ายข้ามแดนกันในระหว่างกรุงสยามกับอังกฤษ ร.ศ.129 มาใช้ในกรณีนี้
นอกจากชายสองคนนี้แล้ว ยังมีนายเทพรัต เทพสูต ที่ถูกศาลออสเตรเลียตัดสินจำคุก 15ปี ในข้อหาฆาตกรรม แต่ได้รับการลดหย่อนโทษเหลือ 11 ปี หลังให้การซัดทอดนายสารัตและนายธติยะ ซึ่งจากสำนวนการสืบสวน ระบุว่า เมื่อวันที่24 พฤษภาคม 2552 ชายทั้งสามคนนั่งดื่มวิสกี้กันที่ร้านนวดของนายเทพสูตที่ริมถนนซิดนีย์ จนกระทั่งเวลา 02.00 น. พวกเขาได้ออกไปหน้าร้านและร้องตะโกนแซวผู้หญิง แล้วหาเรื่องชกต่อยคนที่เดินผ่านมาและนายมิทเชลล์ซึ่งเดินออกจากไนท์คลับกับเพื่อนๆ ได้เห็นเหตุการณ์จึงเข้าขัดขวาง และเกิดการชกต่อยกันซึ่งนายเทพสูต ให้การว่า จำเลยอีกสองคนสู้ไม่ได้ และนายธติยะได้บอกให้เขาหามีดมา เพื่อจะสอนบทเรียนให้นายมิทเชลล์
ผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่า นายเทพสูตไปเอามีดออกมาจากร้านนวดถึง 5 เล่ม รวมทั้งมีดแล่เนื้อ และขับรถตามนายมิทเชลล์ไปยังร้านสะดวกซื้อ เซเว่น-อีเลฟเว่น ก่อนรุมทำร้ายด้วยการแทงที่หน้าอกและท้อง เตะและต่อย ก่อนจะหลบหนีไปและทิ้งให้คู่กรณีนอนจมกองเลือดและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
ศาลนัดฟังคำพิพากษาอีกครั้งในวันที่ 12 พฤศจิกายนและคาดว่า ชายไทยทั้งสามคนจะถูกเนรเทศ เมื่อการพิจารณาคดีสิ้นสุด