เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 58 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) รายงานข่าวแจ้งว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ทหารควบคุมตัวนายไมไรลี ยูซูฟู อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้บริเวณชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ขณะกำลังหลบหนีออกนอกประเทศ เมื่อวันที่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ส่งให้คณะพนักงานสอบสวน บช.น.ดำเนินการสอบสวนตามกฎหมาย ป.วิอาญาต่อ โดยพนักสอบสวน บก.น.3 ได้สอบปากคำ พร้อมแจ้งข้อหา ร่วมกันมีวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ไว้ครองครองโดยผิดกฎหมาย โดยใช้เวลาสอบปากคำนาน 14 ชั่วโมงเบื้องต้นนายยูซูฟู ให้การเป็นประโยชน์ โดยยอมรับว่า อยู่ร่วมในขบวนการดังกล่าวจริง และพักอาศัยอยู่ที่หอพักมูไมณา การ์เด้นโฮม ซอยราษฎร์อุทิศ 25/8
ทั้งนี้ ในวันเกิดเหตุได้เดินทางไปที่พูลอนันต์ อพาร์ตเม้น เลขที่ 134/5 ปากซอยเชื่อมสัมพันธ์ 11 ย่านหนองจอก กทม.จากนั้นได้นั่งรถแท็กซี่เพียงคนเดียวนำกระเป๋าสะพายสีดำไปด้วย แต่ยังให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นว่าในการประกอบระเบิด และยืนยันว่า ไม่ทราบว่าของในกระเป๋านั้นเป็นระเบิดที่นำมาใช้ก่อเหตุหรือไม่
จากนั้นได้นำมาส่งให้กับชายสวมเสื้อเหลืองที่มารู้จักกันที่ประเทศไทยในช่วงก่อนเกิดเหตุที่บริเวณสถานีรถไฟหัวลำโพง ก่อนจะเดินทางไปบริเวณสกายวอล์ก หน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่อถ่ายรูปหลังเหตุระเบิดด้วยกล้องถ่ายรูป แต่ไม่ได้เป็นผู้กดชนวนระเบิด และเมื่อเกิดเหตุก็ได้เดินทางออกจากบริเวณดังกล่าวทันที
รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากการสอบปากคำนายไมไรลี ยูซูฟู ยืนยันว่า รู้จักกับชายสวมเสื้อสีฟ้าที่ก่อเหตุหย่อนระเบิดลงแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณท่าเรือสาทร เพราะอยู่ร่วมกันที่ห้องพักดังกล่าว โดยมีนายอิซาน อายุ 28 ปี เป็นคนพาทุกคนมารวมกัน และวางแผนแบ่งหน้าที่ให้แต่ละคนทำงาน และก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน(16 ส.ค.) นายอิซาน ได้เดินทางออกนอกประเทศไป
ทั้งนี้ ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามข้อมูลว่า นายอีซาน เดินทางออกไปยังประเทศใด ส่วนหมายจับผู้ต้องหา 2 รายที่อยู่ร่วมห้องพักในพื้นที่บก.น.3 นั้น ยังอยู่ะหว่างการขออนุมัติหมายจับตามภาพต่อไป
เบื้องต้นทางคณะพนักงานสอบสวนจะเรียกประชุมเพื่อสรุปรวมสำนวนที่เกิดเหตุทั้ง 3 จุดหลัก ประกอบด้วย บริเวณพื้นที่ สน.มีนบุรี และสน.หนองจอก กรณีสำนวนคดีจับผู้ต้องหาพร้อมวัตถุพยานประกอบระเบิดในพื้นที่ สน.ลุมพินี
กรณีสำนวนคดีเหตุระเบิดพื้นที่ศาลท้าวมหาพรหม แยกราชประสงค์ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 ราย และบริเวณพื้นที่สน.ยานนาวา สำนวนคดีเหตุระเบิดบริเวณท่าเรือสาทร โดยผู้ต้องหาที่จับกุมได้ให้การเป็นประโยชน์ และเหตุการณ์ทั้งหมดเกี่ยวข้องกับเชื่อมโยงกับเหตุระเบิดที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ทั้งนี้ ภายหลังจากนำตัวผู้ต้องหาทำแผนชี้จุดประกอบคำรับสารภาพแล้ว พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน จะนำเรื่องดังกล่าวพิจารณาต่อไป