(6 ก.ย.58) นายสมส่วน รักสัตย์ หัวหน้าเขตรักษาพันธ์ป่าดงใหญ่อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยสัตวแพทย์หญิง ศุภลักษณ์ ประจันทร์สัตวแพทย์ปฏิบัติการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 7 (นครราชสีมา)รวมทั้งเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ทหารจากจังหวัดทหารบกชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) อาสากู้ภัยสว่าง อ.ปะคำและชาวบ้านกว่า 100 คน ได้กระจายกำลังปิดล้อมแกะรอยหมีป่าที่ทำร้ายชาวบ้านได้รับบาดเจ็บสาหัสขณะไปพ่นยาฆ่าหญ้าในสวนยางพาราบ.โคกเขา ต.โคกมะม่วง อ.ปะคำ เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (5 ก.ย.58)
จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบร่องรอยเท้าหมีกระจายอยู่ในไร่มันสำปะหลังติดกับหมู่บ้านโคกเขาเป็นจำนวนมากทั้งรอยใหญ่และรอยเล็กคาดว่าน่าจะมี 2 ตัวเป็นแม่ลูกกันโดยรอยเท้าของตัวแม่มีความกว้าง 9 ซม. ยาว 17 ซม.และจากการคำนวณคาดว่าตัวแม่น่าจะมีน้ำหนักประมาณ 160 กิโลกรัมส่วนตัวลูกน้ำหนักประมาณ 60 กิโลกรัมทั้งนี้จากการเข้าตรวจสอบแกะรอยหมีป่าในครั้งนี้ประกอบกับคำบอกเล่าของชาวบ้านถึงลักษณะของหมีที่พบคาดว่าน่าจะเป็นหมีควายป่า
จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะคำนวณน้ำหนักตัวหมีเพื่อประเมินปริมาณยาสลบที่จะใช้ยิงซึ่งการปฏิบัติการยิงยาสลบเจ้าหน้าที่จะเลือกยิงที่ตัวแม่และหลังจากยิงยาสลบแล้วก็จะวางแผนเคลื่อนย้ายหมีป่าดังกล่าวกลับไปปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติการปฏิบัติการติดตามยิงยาสลบหมีป่าในครั้งนี้ค่อนข้างมีปัญหาอุปสรรค เนื่องจากมีคนเป็นจำนวนมากอีกทั้งป่ามีสภาพเป็นป่าโปร่งประกอบกับหมีมีลูกอ่อนอาจจะดุร้ายกว่าปกติ ซึ่งอาจจะทำอันตรายกับชาวบ้านได้
ดังนั้นในเบื้องต้นจะต้องประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่ป่าก่อนแล้วเจ้าหน้าที่จึงจะเข้าทำการยิงยาสลบ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านด้วย
สัตวแพทย์หญิงศุภลักษณ์ ประจันทร์ กล่าวว่า จากสภาพพื้นที่ที่พบหมีป่าคาดว่าหมี 2 แม่ลูก น่าจะออกมาจากป่าไม่น่าจะมีใครลักลอบเลี้ยงเพราะเป็นสัตว์ที่ดุร้ายประกอบกับบริเวณที่พบอยู่ใกล้กับเขตป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่และเป็นเขตรอยต่อกับอุทยานแห่งชาติทับลานแต่ที่น่าแปลกคือเป็นครั้งแรกที่พบว่าหมีออกมาหากินไกลจากพื้นที่ป่ามากกว่า10 กิโลเมตร ปกติจะหากินตามแนวชายป่าแต่จากการสอบถามชาวบ้านและร่องรอยที่พบหมีตัวที่ทำร้ายชาวบ้านมีลูกอ่อนจึงสันนิษฐานว่าแม่หมีอาจจะพาลูกออกมาหากินพืชไร่ อาทิ มันสำปะหลัง อ้อยข้าวโพด ที่ชาวบ้านปลูกไว้