กรมอุทยานชี้ ตรวจดีเอ็นเองาช้าง ตัดวงจรค้า
29 ส.ค. 2558 | wanchat

กรมอุทยาน ชี้การตรวจดีเอ็นเองาช้างของกลาง ใช้เป็นฐานข้อมูลป้องกันการลักลอบค้างาช้างข้ามชาติในอนาคต ขณะที่ปีนี้ช้างแอฟริกาถูกล่า ฆ่าเอางาสูงขึ้นเป็น 3 หมื่นตัว
ข่าว
29 ส.ค. 2558 | wanchat

กรมอุทยาน ชี้การตรวจดีเอ็นเองาช้างของกลาง ใช้เป็นฐานข้อมูลป้องกันการลักลอบค้างาช้างข้ามชาติในอนาคต ขณะที่ปีนี้ช้างแอฟริกาถูกล่า ฆ่าเอางาสูงขึ้นเป็น 3 หมื่นตัว
รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายอดิศร นุชดำรงค์ บอกว่า การเก็บตัวอย่างเนื้อและชิ้นส่วนงาช้างแอฟริกาของกลางที่กรมศุลกากรตรวจยึดได้ 2 คดีรายใหญ่เมื่อต้นปีนี้ เพื่อนำไปสกัด DNA ตรวจวิเคราะห์ DNA งาช้างของกลางตามแผนปฏิบัติการงาช้างแห่งประเทศไทย(ฉบับแก้ไข) ตามที่สำนักงานอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์(ไซเตส) ให้ดำเนินการตรวจสอบDNAจำนวนร้อยละ 3 ของจำนวนงาช้างของกลางที่ตรวจยึดได้ หากคดีที่จับกุมงาช้างมีน้ำหนักเกินกว่า 500 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทยในการสืบสวนสอบสวนคดีลักลอบค้างาช้างในอนาคต
ทั้งนี้หน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า จะกลับมาเก็บตัวอย่างเนื้อและชิ้นส่วนงาช้างของกลางที่เหลืออีก 3 ตัน ในสัปดาห์หน้า เพื่อนำตัวอย่างทั้งหมดตรวจ DNA เพื่อจำแนกประเภทงาช้างดังกล่าวว่าเป็นของช้างแอฟริกาป่าหรือช้างแอฟริกาทุ่งที่มีถิ่นที่อยู่แถบทวีปแอฟริกา หากประเทศถิ่นกำเนิดช้างแอฟริกาต้นทางมีข้อมูลDNA อยู่สามารถนำมาขอเทียบข้อมูล DNAที่ไทยดำเนินการไว้ได้ว่าตรงกันหรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้การสืบสวนสอบสวนผู้กระทำผิดลักลอบค้างาช้างข้ามชาติสามารถจับกุมตัวได้เร็วขึ้น ซึ่งปีนี้จำนวนช้างแอฟริกาถูกล่าฆ่าเอางาสูงขึ้นเป็น 30,000 ตัว จากปีก่อนอยู่ที่ 22,000 ตัว ขณะที่ประชากรช้างแอฟริกาเหลืออยู่ประมาณ 300,000 ตัวเท่านั้น
สำหรับในปี 2557 ประเทศไทยสามารถจับกุมผู้กระทำผิดลักลอบค้างาช้างโดยใช้ไทยเป็นเส้นทางขนส่งรวม 11 คดี ตรวจยึดงาช้างแอฟริกาได้ 327 ชิ้น มูลค่า 85.416 ล้านบาท และในปี 2558 สามารถจับกุมรวม 13 คดี ตรวจยึดงาช้างแอฟริกาได้ 2,673 ชิ้น มูลค่า 609.011 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขการลักลอบค้างาช้างที่ตรวจยึดและจับกุมได้เพิ่มขึ้น