คลังชง ครม.อนุมัติแพ็คเกจ กระตุ้นเศรษฐกิจ
26 ส.ค. 2558 | wanchat

คลังเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจสัปดาห์หน้า ขณะที่คมนาคมตั้งเป้าลงทุน 17 โครงการ มูลค่า 1.6 ล้านล้านบาทในช่วง 2 ปี ด้านไอซีทีเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัล
ข่าว
26 ส.ค. 2558 | wanchat

คลังเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติแพ็คเกจกระตุ้นเศรษฐกิจสัปดาห์หน้า ขณะที่คมนาคมตั้งเป้าลงทุน 17 โครงการ มูลค่า 1.6 ล้านล้านบาทในช่วง 2 ปี ด้านไอซีทีเดินหน้าเศรษฐกิจดิจิทัล
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บอกว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีวันที่ 1 กันยายนนี้ กระทรวงฯจะเสนอแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นเข้าสู่การพิจารณา โดยเน้นการช่วยเหลือประชาชนในระดับรากหญ้า เพื่อให้มีกำลังซื้อและมีการใช้จ่ายเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
ระยะแรกจะเป็นการอัดฉีดเงินก้อนใหม่เข้ากองทุนหมู่บ้าน เพื่อปล่อยกู้ต่อให้สมาชิกในเงื่อนไขที่ดีกว่าเดิม โดยเงินปล่อยกู้เป็นเงินของแบงก์รัฐแต่รัฐบาลจะอุดหนุนอัตราดอกเบี้ย เพื่อให้แบงก์คิดดอกเบี้ยกองทุนต่ำ หรืออาจปลอดดอกเบี้ย และกองทุนนำไปปล่อยต่อในอัตราที่ต่ำกว่า 5 % และอาจมีระยะเวลาโปรโมชั่นช่วงสั้นดอกเบี้ย 0% โดยมีเงื่อนไขห้ามนำไปชำระหนี้เดิม แต่ให้นำไปใช้ในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในครัวเรือน ซึ่งน่าจะเห็นผลภายใน 1 เดือนหลังจากคณะรัฐมนตรีอนุมัติ
นอกจากนั้น จะใช้งบประมาณภาครัฐผลักดันโครงการลงทุนขนาดเล็ก วงเงินไม่เกิน 1 ล้านบาท และน่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จภายใน 3 -4 เดือนนี้ ซึ่งน่าจะพยุงเศรษฐกิจได้ เพราะกลุ่มรากหญ้าจะมีการใช้จ่ายเงินทันที ไม่ได้เก็บเงินเหมือนกลุ่มชนชั้นกลาง
การเติมเงินกู้ให้กองทุนหมู่บ้านจะดำเนินการผ่านธนาคารออมสิน โดยออมสินจะปล่อยกู้ให้กองทุนหมู่บ้านเกรดเอและบีรวม 5.9 หมื่นกองทุน ใช้เงินหมู่บ้านละ 1 ล้านบาท โดยรัฐบาลจะสนับสนุนเอกเบี้ยให้เท่ากับต้นทุนดำเนินงานคือ 2.5 % ส่วนจะปล่อยต่อให้ประชาชนในอัตราใดต้องรอให้คณะรัฐมนตรีตัดสินใจอีกครั้ง
ส่วนการเร่งรัดการลงทุนโครงการขนาดเล็กไม่เกิน 1 ล้านบาท จะมีงบที่กระจายตามส่วนราชการต่างๆประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และอาจตั้งงบกลางเพื่อซ่อมแซมส่วนราชการทั่วประเทศอีก 3 หมื่นล้านบาท รวมแล้วแพ็คเกจพยุงเศรษฐกิจครั้งนี้น่าจะอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบได้ไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อาคม เติมพิทยาไพสิฐ บอกว่า ภารกิจเร่งด่วนคือเร่งรัดโครงการตามแผนงานโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงฯให้เป็นรูปธรรมในปี 2558-2559 ซึ่งมีทั้งหมด 17 โครงการ มูลค่าการลงทุน 1.6 ล้านล้านบาท
ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีอนุมัติไปแล้ว 5 โครงการ เช่น โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือชายฝั่งในเขตท่าเรือแหลมฉบัง ศูนย์ขนส่งทางรถไฟในเขตท่าเรือแหลมฉบัง โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหรือมอเตอร์เวย์ 3 เส้นทาง คือ พัทยา-มาบตาพุด บางปะอิน-นครราชสีมา และบางใหญ่-กาญจนบุรี
ส่วนโครงการที่เหลือ เช่น รถไฟทางคู่ เส้นทางฉะเชิงเทรา-คลอง19 -แก่งคอย ชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น และประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง สายสีเหลือง สายสีชมพู และสายสีส้ม รวมทั้งโครงการร่วมทุนรถไฟไทย-จีน และไทย-ญี่ปุ่น
ส่วนการแก้ไขปัญหาข้อบกพร่องด้านการบินตามข้อสังเกตขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ หรือ ICAO ตั้งเป้าว่าจะปลดล็อคประเทศไทยให้พ้นจากธงแดงภายในไตรมาสแรกปีหน้า หรืออย่างช้าไม่เกินไตรมาสสอง หรือเร็วกว่าเดิมที่ตั้งเป้าไว้ในช่วงสิ้นปี
ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที อุตตม สาวนายน บอกว่า ขณะนี้เป็นห้วงเวลาสำคัญ เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อของประเทศ กระทรวงไอซีทีจะมีบทบาทสำคัญขับเคลื่อนนโยบายและงานของรัฐบาล จึงต้องช่วยการดำเนินงานและปรับเปลี่ยนโครงสร้าง มุ่งสู่การขับเคลื่อนโดยใช้เศรษฐกิจดิจิทัล หรือดิจิทัล อีโคโนมี โดยทุกหน่วยงานต้องทำงานด้วยกันให้เกิดผลงานเป็นรูปธรรมภายใน 1 ปี
ส่วนหน่วยงานรัฐวิสาหกิจทั้ง บมจ.ทีโอที บมจ.กสท โทรคมนาคม บริษัท ไปรษณีย์ไทย จะต้องมีโครงการให้บริการประชาชนออกมาเป็นทางการไม่ต่ำกว่าหน่วยงานละ 2 โครงการภายใน 1-2 เดือน
ส่วนคณะทำงานย่อยในคณะกรรมการเตรียมการด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือบอร์ดดีอี จะทบทวนคณะทำงานย่อยให้เหมาะสม โดยจะเสนอคณะรัฐมนตรีภายในเดือนกันยายนนี้