เมื่อเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ปฏิรูปการศึกษา...สร้างอนาคตประเทศไทย ในงานสัมมนา เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาและพัฒนามนุษย์สู่อนาคต ที่จัดโดยคณะกรรมาธิการปฏิรูปการศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า ตนอาศัยความจริงใจ ความตั้งใจให้บ้านเมืองเจริญขึ้นให้ได้ภายในสมัยของตน ความจริงแล้วแทบจะไม่ต้องพูด แต่วันนี้เป็นเพียงการทำความเข้าใจ เพราะงานด้านวิชาการทุกคนเก่งอยู่แล้ว ตนเป็นเพียงผู้ขับเคลื่อนในช่วงสถานการณ์พิเศษ ถ้าไม่ทำวันนี้ให้สำเร็จก็จะไม่สำเร็จอีกต่อไป เรื่องการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ และมีอีกหลายเรื่อง ไม่คิดว่าปัญหาจะมีมากมายตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 57 เข้ามาทำงาน พอแตะอะไรก็ต้องทำทั้งหมด ไม่รู้ที่ผ่านมาไปอยู่ตรงไหน จึงต้องปฏิรูปทั้งหมด ที่ผ่านมามีการแบ่งแยกหลายความคิด รัฐบาลจึงมีหน้าที่ต้องตัดสินใจ ดูแลเรื่องต่างๆ ทั้งหมด สิ่งที่พยายามทำวันนี้คือการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศ และการปฏิรูปอีก 11 ด้าน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การศึกษาเป็นรากฐานของทุกอย่าง ถ้าคนไม่มีคุณภาพ ประเทศก็ไม่มีทางก้าวหน้าได้ ต้องให้เรียนรู้ด้วยตัวเอง และขอร้องข้าราชการที่ผ่านมาประชาชนไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร เพราะเขาไม่เข้าใจ ยิ่งข้าราชการพูดน้อย ใช้กฎหมายอย่างเดียวก็ยิ่งไปกันใหญ่ วันนี้ต้องทำให้ประชาชนกล้าเข้าหา จึงขอฝากถึงหน่วยงานราชการต่างๆ ขอให้พูด ชี้แจงหรือแก้เอกสารให้เข้าใจง่าย เพราะวันนี้ภาษาไทยยังไม่ค่อยได้ ยังมีภาษาอังกฤษอีก เช่นเรื่องกรอกภาษี ภ.ง.ด. 91 ต้องง่ายกว่านี้ เพราะขนาดพวกเราเองยังยากเกินไป เราต้องพัฒนาคนต่อไปอย่างน้อยก็ต้องเท่าเทียมกัน เอาหลายอย่างของต่างประเทศมาทำบ้านเรา แต่บางเรื่องยังทำไม่ได้ เพราะการศึกษายังมีการเรียนรู้ที่ยังไม่เท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตามการปฏิรูปการศึกษาต้องเข้าใจระบบการศึกษาของโลก อาเซียนและของเราเอง เพราะมีความแตกต่างกัน ซึ่งคนไทยเป็นคนมีความสุข แต่จะไม่ค่อยมีความสุขตอนการเมืองเข้ามาวุ่นวายเท่านั้นเอง เรามีอิสรเสรี เป็นแผ่นสุวรรณภูมิ แต่เราไม่ค่อยเข้มแข็งเพราะคิดว่าเพียงพอแล้ว แต่ไม่ใช่เลยเพราะวันนี้โลกไร้พรมแดนแล้ว วันนี้เราต้องปฏิรูปสิ่งต่างๆ ให้ได้ คิดให้ซับซ้อนกว่าเดิม ลดอัตตาตัวเองเพราะถ้ามัวแต่คิดและยึดสิ่งที่ตัวเองคิดอย่างเดียวก็จะกลายเป็นปัญหาของประเทศ
การเมืองก็เช่นกัน ถ้าต่างคนต่างทะเลาะก็จะเป็นปัญหา แต่ถ้าต่างคนต่างยอมรับว่าเป็นผลประโยชน์ของชาติ แม้จะเห็นไม่ตรงกัน แต่เมื่อเป็นประโยชน์ส่วนรวม เราก็ต้องพร้อมที่จะร่วมมือเดินไปข้างหน้า ทำแค่นี้ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำไม่ได้ ทุกอย่างที่ผมทำ ผมต้องการเพียงแค่นี้ นักการเมือง ประชาชน หรือฝ่ายใดก็ตามต้องร่วมมือพาประเทศเดินไปให้ได้ อะไรที่จัดแย้งหรือเป็นปัญหาก็ค่อยๆ ทำกันไปไม่ใช่จะเอาทุกอย่างเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ แล้วมันจะเดินไปตรงไหนได้ สิ่งสำคัญคือเมื่อคนเหล่านี้มีความขัดแย้งคนที่ถูกขับเคลื่อนก็จะเกิดความสับสน วุ่นวายต่อไปอีก วันนี้ผมขออนุญาตใช้มาตรา 44 ไม่ให้ใครในประเทศนี้ ห้ามเรียกคนเหล่านี้ว่า รากหญ้า ให้เรียกว่าคนที่มีรายได้น้อย มีการศึกษาน้อย ซึ่งเราต้องยกระดับพวกเขามาให้เท่าเทียม อย่าไปเรียกเขาว่าเป็นรากหญ้า วันนี้บ้านเมืองเราไม่มีการแบ่งแยกชนชั้นแล้ว ไม่มีอำมาตย์ ไม่มีอะไรทั้งสิ้น อำมาตย์ก็คือข้าราชการที่เป็นตัวแทนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่จะมาดูแลประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาเมื่อวันที่ 22 พ.ค. 57 ทำงานอย่างบูรณาการ การทำแผนใช้จ่ายงบประมาณ จะต้องมีการหารือร่วมกันก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. ขนาดทำอย่างนี้ยังมีปัญหาพอสมควร เพราะรัฐบาลสนใจทุกเรื่องขณะที่ปัญหามีเป็นร้อยเรื่อง แต่ตนก็ต้องทำให้เสร็จ นั่นแหละคือการเดินตามโรดแมป การที่สื่อนำเสนอข้อมูลพยายามสร้างความขัดแย้งต่างๆ เข้าใจว่าไม่ได้เจตนา ซึ่งตนก็ดุเดือดไปบ้างเพื่ออยากให้เข้าใจและพยายามทำให้ทุกอย่างหยุดลง เพราะอะไรที่เป็นหน้าที่ส่วนใหญ่ไม่รู้กัน ต่างประเทศมีการรบราฆ่าฟันกันมากี่ปี ไม่มีใครเข้ามาแบบนี้และทำได้แบบที่เราทำ ที่ผ่านมานักการเมืองให้ความร่วมมือดี เว้นแต่บางคนที่รู้กลัวอะไรกันนักหนา กลัวจะอยู่นานหรืออย่างไร กลัวตนจะสืบทอดอำนาจหรืออย่างไรก็ไม่รู้ ตนไม่เคยคิดมีอำนาจ เพราะยิ่งคิดว่ามีอำนาจยิ่งจะหลงตัวเอง ตนมีอำนาจหน้าที่ทำงานเหมือนตอนที่เป็นผู้บัญชาการทหารบก มีอำนาจไว้เพื่อปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาแค่นั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อแสวงประโยชน์หรือสืบทอดอำนาจ ไม่เคยคิดอย่างนั้น วันนี้สิ่งที่สื่อมองแบบนั้นอาจเป็นเพราะสื่ออยู่กับการเมืองมานาน อยู่กับอำนาจและผลประโยชน์ ถ้าตนต้องการอย่างนั้นคงไม่มาเพราะอายตัวเอง พ่อแม่ตนสอนให้เป็นคนซื่อสัตย์สุจริต รักสถาบัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า วันนี้เราทำแบบจริงใจ ลดอัตตาทุกมิติบูรณาการทำงาน เพราะปัญหาหลายเรื่องที่หมกหมมมา สิ่งที่ต้องการในวันนี้คือให้ประเทศชาติไม่ขัดแย้ง โดยเฉพาะพวกที่สอนแบบสุดโต่ง ต้องแก้ไข ซึ่งทุกคนรู้อยู่แล้วว่าที่ไหน ถ้าสุดโต่งก็จะขัดแย้งกันอยู่แบบนี้ พูดถึงแต่เสรีภาพ แต่ไม่ฟังใครทั้งสิ้น หากนอกกรอบทั้งหมดประเทศก็ไปไม่ได้ตนไม่ต้องการใช้อำนาจบังคับใคร แต่อยากให้ใช้จิตสำนึกต้องไม่ตกเป็นเครื่องมือหรือถูกใครชักจูงเหมือนที่ผ่านมาเพราะทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่ากัน ฉะนั้นการศึกษาที่ดีที่สุดคือทำอย่างไรให้คนมีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถ รู้จัดตัวเอง ไม่ติดกับดักตัวเองอีกต่อไป สามารถช่วยตัวเองได้ ไม่ใช่รอแต่การช่วยเหลือตลอดเวลา เรียกร้องโน้นนี่ ซึ่งจะเป็นบ่อเกิดของการทุจริต เกิดความไม่เป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำ เป็นเครื่องมือของใครแบบที่ผ่านมา จะต้องไม่เป็นแบบนั้นอีก ต้องสอนแบบนี้ ช่วยเหลือตัวเองได้อย่างมีศักดิ์ศรีและอย่าคิดแต่เรื่องครอบครัวของตัวเอง ต้องทำเพื่อบ้านเมืองด้วย ซึ่งตนจะใช้อำนาจอย่างสร้างสรรค์และต้องสร้างคนให้มีจิตสำนึกที่ดี ตนจะใช้กระบวนการยุติธรรมที่ชัดเจนและเป็นธรรม แต่ต้องสอนให้คนรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเองทำ ถ้าผิดก็ต้องรับการลงโทษไม่ใช่ปฏิเสธการถูกลงโทษทั้งที่มีความผิดชัดเจน จะมาปลุกระดมคนไม่ได้ ต้องรับผิดชอบตนเองและการกระทำของตัวเอง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ตนยังรู้สึกดีที่บนรถเมล์ รถไฟ ยังมีการลุกให้เด็กและคนชรานั่ง แต่ก็ยังมีพวกที่พยายามเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ ให้เป็นศัตรูกันเพื่อการเอาชนะซึ่งกันและกันถือเป็นเรื่องอันตราย เราเป็นข้าราชการเป็นส่วนหนึ่งของคนไทยที่หวังให้ประเทศก้าวหน้า เราจะต้องคิดใหม่ ต้องคิดนอกกรอบแล้วทำให้ได้ ถ้าไม่คิดนอกกรอบก็จะอยู่แบบเดิม ทั้งนี้ต้องไม่เอากฎหมายมาเอื้อประโยชน์ที่ผ่านมาใครกล้าใช้กฎหมายในทางที่ผิด กล้าซื้อสื่อและคิดว่าชนะทุกอย่างมันไม่ได้ซึ่งตนไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูด
นายกฯ กล่าวต่อว่า เราจะต้องสร้างพลเมืองให้รู้สิทธิและหน้าที่ พร้อมทั้งปฏิรูปการศึกษาด้วยการสร้างคนใหัมีความรู้ความสามารถตรงความต้องการทิศทางการพัฒนาประเทศ คือต้องพัฒนาขีดความสามารถของประเทศ สร้างความเข้มแข็งของประเทศ โดยให้รัฐและเอกชนทำงานร่วมกัน รัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวก ไม่ใช่เมื่อถึงเวลาหนึ่งไปบังคับภาคเอกชน
เราต้องสร้างความเข้าใจเรื่องการทำงานด้านต่างๆ เช่น ด้านพลังงาน วันนี้ทำใหม่ เพราะมีคนที่ไม่เข้าใจอยู่แล้ว อีกทั้งยังคอยมีคนปลุกปั่น เราต้องทำให้ชัดเจนในครม.3 หรือจะเปลี่ยนนายกฯง่ายที่สุด ใครเห็นควรให้เปลี่ยนบ้าง นายกฯกล่าว
นายกฯ กล่าวว่า ประเทศไทยวันนี้ขาดนักวิจัย นักพัฒนา นักวิทยาศาสตร์ ขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวและด้านการบริการ วันนี้เราต้องเตรียมแรงงานที่จะเข้าสู่เออีซี ที่ก่อนหน้านี้เคยให้นโยบายไปแล้วที่มหาวิทยาลัยของรัฐและมหาวิทยาลัยเอกชนร่วมกันทำงาน แบ่งการผลิตคนออกมาให้มีความสามารถ ปรับสู่การเรียนที่ไม่ใช่แต่เติมคำที่เด็กจะไม่ได้คิดอะไรยาวๆรุ่นตนที่ผ่านมามีแต่เรียงความ ย่อความ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ต้องสอนให้เขารู้จักคิดและเรียนรู้
นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้รัฐบาลทำทุกอย่างเต็มทีทุกวัน ตนไม่เคยหยุดคิด ไม่เคยหยุดสั่งครม. วันนี้เราจะปล่อยให้ประเทศเดินหน้าช้าไปไม่ได้แล้ว เช่น เรื่องรถไฟที่ยังไม่เกิด มิหนำซ้ำยังมีอดีตนักการเมืองมาพูดมาวิจารณ์เรื่องการลงทุนระหว่างไทยจีน แต่ไม่เคยรู้เลยว่าเขาทำงานกันยังไง แบ่งกัน60/40 นักการเมืองพวกนั้นไม่เคยทำอะไรที่โปร่งใสเจรจากันไม่จบไม่สิ้น จะแบ่งประโยชน์ให้ประเทศนั้นประเทศนี้ แต่วันนี้ไม่ได้ ตนได้ไปเจรจาเองระหว่างนายกฯกับนายกฯ ทุกอย่างมันจึงต้องเกิดขึ้น ถ้าไม่เกิดขึ้นก็จะต้องมีครม.4 เกิดขึ้น ขอถือโอกาสขู่ไปด้วยแล้วกัน เราต้องทำให้เร็ว คนไทยใจร้อนทุกอย่างเลยไม่ทันใจ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การของบประมาณนั้นต้องดูว่าอะไรที่จำเป็น ไม่ใช่ขออะไรก็ให้หมด ถ้าเราไม่แก้ไขสิ่งเหล่านี้ จะจมปลักไปอีกนาน หลายเรื่องที่กมธ.ปฏิรูปการศึกษาที่อ่านแล้ว ไม่รู้ 70 ปีจะเสร็จหมดไหม การปฏิรูปไม่ได้ทำไม่กี่ปีเสร็จ จีนยังใช้ 30 ปี และยังไม่เลิก มีอีกหลายร้อยเรื่อง แต่สิ่งที่สำคัญสูงสุดของจีนคือการปราบคอรัปชั่น จะเห็นว่าบางประเทศเขาพยายามทำทุกอย่าง แต่คงไม่ถึงเอาปตอ.ยิงนะ บางประเทศนั่งหลับก็ไม่ได้ แต่เราไม่เคยทำร้ายใครตั้งแต่ตนเข้ามา มีแต่ถูกทำร้าย อยากเน้นย้ำถึงว่าอยากให้สื่อสารให้เข้าใจให้ตรงกันว่าหลายอย่าง น่าจะศึกษาจากตปท.บ้าง ประเทศไหนอะไรดี ในระดับประถม มัธยม อาชีวะ เอามาปรับ บางอย่างคิดเองมันช้า
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตราบใดที่ผมยังเป็นรัฐบาล เราไม่ใช่คู่แข่งขันกับทุกประเทศในอาเซียน พึ่งพาอาศัยกัน เป็นหุ้นส่วนกัน สิ่งที่สำคัญและเข้าใจตรงกันคือ เรากำลังพูดถึงการพัฒนาคนที่เป็นทรัพยากรที่มีค่าของประเทศ มากกว่าแค่การจัดการศึกษา พูดกันทั้งระบบ เพราะทุกประเทศขับเคลื่อนด้วยคน ถ้าคนไม่ดีก็ขับเคลื่อนไม่ได้ ฉะนั้นการเริ่มต้นต้องเริ่มที่ทั่วถึง เท่าเทียม มีคุณภาพวันนี้เราต้องการพัฒนาคน และต้องมีประสิทธิผล จับต้องได้ อย่าเขียนแค่ให้สวยหรู ต้องขับเคลื่อนคนให้ได้รับการศึกษาที่ดีต่อเนื่องตลอดชีวิต และวันนี้ต้องเพิ่มแรงงานเข้ามา มีการจดทะเบียนแรงงานต่างด้าวหลายล้านคน เขามาใช้การศึกษาของเราด้วย ลูกเมียเขาเข้ามาด้วย สาธารณสุขอีก โรงพยาบาลชายแดนตอนนี้มีปัญหาเพราะต้องดูแลพวกเขาด้วย จึงต้องหาวิธีอื่นๆเพิ่มเติมนอกจากนี้รัฐบาลดูแลแม่วัยอ่อนอีก เดือนละ 400 บาทไม่ได้มากมาย และตนห่วงการกินนมของเด็กว่าจะทำให้เด็กเป็นเบาหวานได้ จากการกินนมกระป๋อง นมข้น ทั้งนี้เราต้องพัฒนาศักยภาพของประชนตั้งแต่เกืดจนตาย หลักคิดสำคัญคือ เป้าหมายต้องครอบคลุม แต่ต้องใช้งบประมาณอย่างประหยัด ดูแลสิทธิมนุษยชนด้วย
นายกฯ กล่าวว่า คุณภาพการศึกษาไม่ได้อยู่แค่คะแนนสอบอีกต่อไป แต่เราพูดถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ไปพร้อมๆ กัน ในการจัดการศึกษาระดับต่างๆ ไม่ใช่แค่ให้นักศึกษาสอบผ่านเอาปริญญาเท่านั้น ถ้าแค่นั้นเด็กก็ติดกับดักตัวเอง ต้องมีทางเลือกให้ ตนจึงให้อาชีวะนำครูไปสอนในสมัยมัธยม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเขา การเสริมสร้างความเป็นคน ให้ใฝ่รู้ แสวงหาความรู้ คิดวิเคราะห์หาเหตุผล มีจิตสำนึก ต้องมีการแก้ให้ชัดเจน วันนี้ตนแก้ได้หมดถ้าจะให้มันเร็ว แต่อย่าเอาตนติดคุกด้วยแล้วกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ประการที่สาม ถึงแม้โลกจะไร้พรมแดน แต่เรามีเพิ่มเติมในเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติต้องมีระบบป้องกัน เห็นกันหรือไม่ว่ามีเรื่องเกิดขึ้นมา พอถึงเวลาก็อะไรกันไม่ได้ จะเข้าตรวจสอบก็ไม่ได้ เราต้องช่วยในการป้องกันและเฝ้าระวัง ถ้าเสรีทั้งหมดมันอยู่ไม่ได้ ความขัดแย้งมันมีทั้งโลก ความยากจน และพวกสุดโต่ง วันนี้รัฐบาลนี้ก็ถูกกล่าวหาว่าซื้ออาวุธ ตนถามว่าถ้าเราอยู่กันอย่างนี้ วันหน้าจะอยู่กันได้หรือไม่ เป็นเรื่องของพวกท่านแล้ว ประเทศเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว ตำรวจเป็นรั้วภายใน ประชาชนเป็นรั้วทั้งหมดเชื่อมต่อกัน วันนี้เราต้องคิดอย่างนี้เราต้องตอบโจทย์ตรงนี้ให้ได้ วันนี้เรารักใครก็ก็รักสุดโต่ง เกลียดใครก็เกลียดสุดโต่ง ทำแบบนี้ไม่ได้ ทั้งนี้ ระบบการศึกษาไม่ใช่การท่องจำเพียงอย่างเดียว ตนให้ค่านิยม12ประการไป ก็ไปท่อง ไปทำเป็นเพลงกัน ซึ่งตนไม่ได้บังคับอะไรเลย แต่สิ่งเหล่านี้ควรที่จะมีในคนไทยทุกคน ซึ่งก็เคยมีกลอนเด็กเอ๋ย เด็กดี ของจอมพล ป.อยู่แล้ว ซึ่งตนไม่ได้ล้มจอมพล ป. ถึงแม้ว่าชื่อตนจะป.ปลา เหมือนกัน แต่ล้มกันไม่ได้ เพราท่านเป็นบุคคลากรในประวัตติศาสตร์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า เราต้องสอนให้คนใช้โซเชียลมีเดียในการสื่อสาร ต้องรู้ว่าอะไรใช้ได้ ใช้ไม่ได้ สิ่งที่ตนเห็น วันนี้เด็กๆรักครูกู(กูเกิ้ล)มากกว่าครูในโรงเรียน เพราะครูกูดุเขาไม่ได้ พอถามไปเขารู้ทุกเรื่อง แต่รู้แค่สองบรรทัด และรู้อยู่แค่นั้น ก็เลยไม่เกิดจิตสำนึก ไม่สร้างความชำนาญ เราต้องมาคิดกันว่าต้องทำอย่างไรให้โซเชียลมีเดีย มีประโยชน์กับการศึกษา เอาเทคโนโลยีมาเชื่อมโยงกับการศึกษาให้ได้ นอกจากนี้ บางโรงเรียนมีครูมาก บางโรงเรียนมีครูน้อย บางแห่งก็มีผู้อำนวยการมากเกินไป ตนเข้าใจว่าทุกคนต้องการความก้าวหน้า แต่ถ้าทุกคนเท่ากันหมดนั้นมันทำไม่ได้ จะเกิดปัญหาทันที เพราะความรับผิดชอบนั้นต่างกัน ทั้งโรงเรียนเล็กและโรงเรียนใหญ่นั้นต่างกัน
นายกฯ กล่าวว่า คนไทยรักชาติไม่ค่อยเป็น เพราะไม่รู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ถ้าเขารู้ว่าเขาเป็นใครมาจากไหน สมัยก่อนผ่านการต่อสู้รบมาเท่าไหร่ เขาไม่รู้หรอก ในต่างประเทศก็เหมือนกัน แต่เขาผ่านการสู้รบสงครามการเมืองเยอะแยะไปหมด เขาลืมไปแล้ว ซึ่งเราก็เคยเกือบจะเกิดสงครามกลางเมืองไปแล้ว แต่เรายังไม่ถึงแบบเขา ยังไงเราก็ต้องสงบให้ได้ เราต้องสร้างกำลังใจให้เขาดูแลคนทุกช่วงวัย วันนี้ไทยคือไทย ต้องรู้ว่าประเทศไทยคืออะไร และทำให้เขาภูมิใจ เวลาใครไปชักจูงให้ไปทำสิ่งที่ไม่ดี จะได้มีภูมิต้านทาน และเราต้องสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน ไม่ให้หลงเชื่อ มีสติ รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติ ซึ่งเรื่องเหล่านี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยทรงดำรัสไว้หมดแล้ว ซึ่งเราต้องสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ อย่าพูดคำว่าเรียนอย่างเดียว คำว่าเรียนมันเกี่ยวกับแค่ในห้องเรียน แต่เราต้องเรียนรู้ ที่มีการแจกคอมพิวเตอร์ แจกโน๊ตบุ๊ค มันใช้ได้หรือไม่ บ้านใครไม่มีคอมพิวเตอร์ เว้นแต่คนข้างล่าง นอกจากโทรทัศน์ สื่อสิ่งพิมพ์ก็ต้องใส่โซเชียลมีเดียเข้าไป การเรียรรู้คือการสงสัย ไม่ใช่ว่าใครเขาบอกก็เชื่อไปหมด ใครชวนไปไหนก็ไป ต้องสอนให้เขารู้ ให้เข้าใจให้ถูกต้อง บางทีเคยเขามาประท้วงกันทำไม เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน มาแล้วได้อะไรขึ้นมา ถึงเวลามีการใช้กฏหมายขึ้นก็มีคนตาย ไม่ได้หมายความว่า การเคลื่อนไหวที่เป็นประชาธิปไตยจะต้องให้เกิดความรุนแรง ไม่ใช่มีระเบิด มียิงกัน ต่างชาติเขาก็ไม่เคยเห็น ก็เข้าใจแต่สุดท่ช้ายก็ถามว่าเลือกตั้งเมื่อไหร่ เพราะเขาคิดแบบเขา ซึ่งตนก็ไม่อยากอยู่นาน ก็ต้องต้องช่วยกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การศึกษาของเราต้องยอมรับว่าสอนให้คนคิดไม่เป็น คิดแบบสั้นๆ เอาแต่ที่ป้อนให้เพื่อมาสอบ ปัญหาก็จะตามมาเพราะคนไทยคิดไม่เป็น คิดยาวไม่ได้ คิดอะไรแบบสั้นๆ บูรณาการไม่เป็น ดังนั้นการศึกษาวันนี้เราต้องสอนให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก การพัฒนาประเทศ พัฒนาคนไม่จำเป็นต้องทำลายประวัติศาสตร์ แต่ต้องเพิ่มการเรียนรู้ อย่างการปฏิรูปประเทศวันนี้จำเป็นต้องใบ้เวลานานไม่ใช่ 1-2 ปี เสร็จ มันต้องเริ่มตั้งแต่กระบวนการศึกษา การเรียนรู้ การบูรณาการงานร่วมกัน ขณะเดียวกันก็ต้องแก้ปัญหาต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน ไม่เช่นนั้นเราก็จะพูดกันคนละภาษาและไม่เข้าใจกัน โลกทุกวันนี้ที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นเพราะความจน ตนไปพูดในทุกเวทีโลกว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากความจนของคนในประเทศนั้นๆ แล้วก็เริ่มต้นด้วนการปลุกระดมภายในประเทศเพื่อต่อต้านรัฐบาล ต่อมาต่างประเทศก็เข้ามายุ่งด้วย ดังนั้นการแก้ปัญหาของโลกคือการพัฒนาการศึกษา การช่วยเหลือ การยกระดับการมีรายได้ที่เท่าเทียม
เวลานี้ผมไปต่างประเทศทุกคนเข้าใจผมมากขึ้น วันนี้ถ้าเราทุกคนไม่ร่วมกันแก้ปัญหาของประเทศไทย ประเทศไทยจะไม่มีจุดยืนในโลกใบนี้อีกต่อไป ถ้าเราแก้วันนี้ไม่ได้ มีคนถามผมว่า ประเทศไทยยังมีศักยภาพอยู่หรือเปล่า และผมจะสามารถยืนยันได้หรือไม่ว่าผมจะรักษาสถานการณ์ให้เป็นอยู่แบบนี้ได้ตลอดไปหรือไม่ ผมตอบยากหรือไม่คำถามนี้ วันนี้มีกฎหมาย มีอำนาจทุกอย่าง แต่ก็ยังมีคนออกมาพูดเรื่อยเปื่อยในทางที่สร้างสรรค์ก็อยากฝากว่าวันนี้เราทุกคนต้องเดินหน้า ไม่มีเรื่องของน้องพี่ ในการทำงานถามทุกคนได้เลยว่า ผมเป็นเพื่อนสนิท เป็นพี่เป็นน้อง รักใคร่กันมาโดยตลอด ตอนเป็น ผบ.ทบ.มีเขาเป็นน้อง แต่ผมไม่เคยเอางานมาเกี่ยวข้องด้วยเลย แม้จะรักกันแทบตาย ผมกับรองนายกฯ ทุกคนให้เกียรติกันมาโดยตลอด ทุกคนเป็นพี่ผมทั้งนั้น แต่เวลาทำงานผมต้องสั่งท่านได้ เรื่องนโยบาย อะไรที่เป็นเรื่องสำคัญ ผมเป็นคนตัดสินใจ แต่ถ้านอกเวลาท่านจะเตะก้นผม ผมก็ยอมท่านอยู่แล้ว แต่ในการทำงานถ้าผมสั่ง ท่านต้องทำ แม้จะเคยเป็นผู้บังคับบัญชาผมเคยเล่าให้หลายคนฟังว่า ผมอยู่กับท่านมา 40 ปี พวกท่านก็สั่งผมมาเกือบ 40 ปี แต่พอผมสั่งท่านมาปีกว่าๆ ก็บอกว่ายอมแพ้ มันแก้แค้นเหลือเกิน สั่งเยอะเหลือเกินเกือบ 2 ปี สั่งงานจนเกือบทำไม่ทัน แต่ก็สู้ ช่วยผมในการทำงาน ดังนั้นเราต้องสร้างค