ศาลฏีกาตัดสินคดีปล่อยกู้แบงก์กรุงไทย

วันนี้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษา อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร พร้อมพวกในข้อทุจริตคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย เอื้อประโยชน์ กลุ่มกฤษดามหานคร ทำให้รัฐเสียหากว่า 9 พัน 9 ร้อยล้านบาท
ข่าว
ในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ความผิดต่อพ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ความผิดต่อธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2505 ความผิดต่อ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์พ.ศ. 2535 และความผิดต่อ พ.ร.บ. บริษัทมหาชน พ.ศ.2535
คดีนี้เป็นการกล่าวหาผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ว่าให้สินเชื่อกลุ่มบริษัท กฤษดามหานคร ที่มีสถานะอยู่ในกลุ่มลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารจากการจัดอันดับความเสี่ยงของกลุ่มกฤษดามหานคร ของฝ่ายกลั่นกรองสินเชื่อธุรกิจนครหลวงได้จัดไว้ในอันดับ 5 คือ ไม่สามารถอนุมัติสินเชื่อให้ได้ แต่กลับอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทในกลุ่มกฤษดามหานคร3 กรณี คือ
การอนุมัติสินเชื่อให้บริษัทอาร์เค โปรเฟสชั่นนัล จำกัด จำนวนเงิน 500 ล้านบาท การอนุมัติสินเชื่อให้บริษัท โกลเด้น เทคโนโลยี อินดัสเทรียล พาร์ค จำกัด วงเงิน9,900 ล้านบาท และการอนุมัติขายหุ้นบุริมสิทธิแปลงสภาพของบริษัทกฤษดานคร ให้กับบริษัท แกรนด์ คอมพิวเตอร์คอมมูนิเคชั่น จำกัด จำนวนเงิน1,185 ล้านบาท ถือว่าผู้เกี่ยวข้องมีพฤติการณ์ร่วมกันหรือสนับสนุนการกระทำความผิดกับการปลอ่ยกู้ของธนาคารกรุงไทย
เมื่อปี 2555 ศาลฎีกาฯ ได้ออกหมายจับ พ.ต.ท. ทักษิณ จำเลยที่ 1ไว้ และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความชั่วคราว เนื่องจากไม่มารายงานตัวต่อศาลฎีกาฯและเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม2558 ที่ผ่านมา ศาลฎีกา ได้นัดไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายแล้ว โดยมีการไต่สวนพยาน 2 ปาก เสร็จสิ้น ก่อนที่จะนัดฟังคำพิพากษาวันนี้ซึ่ง มีสื่อมวลชนเฝ้ารอสังเกตการณ์เป็นจำนวนมาก ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเข้มงวดบริเวณประตูเข้าออก รวมทั้งตรวจวัตถุต้องสงสัยด้วย