ยุโรปเผยวิกฤตผู้อพยพทะลุแสนคนในเดือนเดียว

อียูเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมีผู้อพยพล่องเรือเข้าสู่ยุโรปมากเป็นประวัติการณ์ถึงกว่า 100,000 คนในเวลาเพียงเดือนเดียว
ข่าว
สำนักงานควบคุมชายแดน ฟรอนเท็กซ์ ของสหภาพยุโรปหรืออียู เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ในเดือนก.ค.ที่ผ่านมามีผู้อพยพล่องเรือเข้าสู่ชาติสมาชิกในอียูมากถึง 107,500 คนซึ่งทะลุหลัก 1 แสนคนเป็นครั้งแรก และช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้มีผู้อพยพเข้าสู่ยุโรปแล้วเกือบ 340,000 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 175% ของช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
เฟบริซ เลกเกรี ผู้อำนวยการฟรอนเท็กซ์ ระบุในแถลงการณ์ว่า สถานการณ์ผู้อพยพในขณะนี้ถือเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินสำหรับยุโรป ที่จำเป็นต้องให้ชาติสมาชิกทั้งหมด ต้องการให้การสนับสนุนประเทศที่รองรับผู้อพยพจำนวนมากเหล่านี้
เมื่อเร็วๆ นี้อียูอนุมัติเงิน 2,400 ล้านยูโร เพื่อให้การช่วยเหลือประเทศที่ต้องแบกรับผู้อพยพล่องเรือเข้าฝั่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้อพยพที่หลบหนีการสู้รบในซีเรีย อิรัก และอัฟกานิสถาน โดยส่วนใหญ่จะขึ้นฝั่งที่อิตาลี กรีซ และหลายชาติในแถบคาบสมุทรบอลข่าน
ขณะเดียวกันคณะกรรมการกาชาดสากล เตือนว่า เกาะตากอากาศ เลสบอส ของกรีซ ใกล้ถึงจุดแตกหักเกินรับมือไหว หลังมีผู้อพยพขึ้นฝั่งมากถึงวันละเกือบ 2,000 คน สถานการณ์ในขณะนี้มีความกดดันมากขึ้นสำหรับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น และมีความขัดแย้งระหว่างผู้อพยพหลากหลายกลุ่ม นอกจากนี้เฉพาะสัปดาห์ที่แล้วเพียงสัปดาห์เดียวมีผู้อพยพมากถึง 20,843 คนขึ้นฝั่งในกรีซ และนับตั้งแต่เดือน ม.ค.เป็นต้นมามีผู้อพยพมากถึงเกือบ 160,000 คนขึ้นฝั่งที่กรีซ
โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ UNHCR ระบุว่า อียูควรช่วยเหลือกรีซรับมือกับการไหลเข้าของผู้อพยพ ขณะเดียวกันโฆษกรัฐบาลกรีซบอกว่า ปัญหานี้ไม่อาจแก้ไขด้วยกระบวนการทางกฎหมาย การผลักดันเรือออกนอกทะเล และการสร้างรั้วกั้นพรมแดน